วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

P19

"สาวใหญ่คลอดลูกแฝด3พ่อสุดปลื้มน้ำตาร่วงรพ.ระยอง"



*** เรื่องราวสุดปลื้มใจ..โรงพยาบาลระยองคึกคัก! เป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีทำคลอดแฝด 3 คน ด้านคุณพ่อสุดปลื้ม ตั้งชื่อ "เอ -บี -ซี" เกี่ยวกับเรื่องนี้..นพ.นฤทธิ์ อ้นพร้อม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลระยอง เปิดใจ.. โรงพยา บาลได้ทำคลอดทารกฝาแฝดเพศชายทั้ง 3 คน ขณะนี้พักอยู่ที่ตึกชนกนารถ ห้องกุมารเวชกรรม โดยมีพยาบาลและพ่อแม่และบรรดาญาติพี่น้องมาเยี่ยมดูแลจำนวนหลายคน ซึ่งคณะแพทย์และพยาบาลกำลังช่วยกันดูแลฝา แฝดทารกน้อยทั้ง 3 คนอย่างใกล้ชิด แฝดทั้ง 3 คน นอนอยู่ในเบาะรถเข็นที่เรียงกัน

*** นพ.นฤทธิ์ เปิดใจกับทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์ ว่า นางสมควร เจริญศิลป์ อายุ 40 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี เลขที่ 22/4 ต.ห้วยโป่ง อ.เมือง จ.ระยอง ขณะตั้งครรภ์และเกิดอาการเจ็บท้องใกล้จะคลอด โดยทางญาติได้รีบพามา จากนั้นทางคณะแพทย์ จึงรีบนำเข้าห้องคลอดทันที ซึ่งหลังจากตรวจสอบก็พบว่า ทา รกที่อยู่ในครรภ์ฝาแฝดรวม 3 คน จึงทำคลอดด้วยวิธีการให้ผู้ป่วยคลอดเอง ซึ่ง คนแรกที่คลอดออกมา มีน้ำหนัก 1,765 กรัม คนที่สอง มีน้ำหนัก 1,615 กรัม คนที่สาม มีน้ำหนัก 1,760 กรัม พบว่าเป็นแฝดเพศชายทั้ง 3 คน ซึ่งทุกคนมีอาการปลอดภัย แต่ต้องอยู่ในตู้อบ เนื่องจากเด็กมีน้ำหนักน้อยกว่าปกติทั่วไป

*** ดังนั้น นับเป็นครั้งแรกในรอบ 60 ปีของโรงพยาบาลระยอง ที่มีฝาแฝดถึง 3 คน และเป็นการทำคลอดครั้งแรกของโรงพยาบาลที่มีการทำคลอดแฝดสาม หลังจากทำคลอดแล้วทางโรงพยาบาลจะติดตามดูแลครอบครัวนี้อย่างใกล้ชิด และทางโรงพยาบาลได้เตรียมของขวัญเป็นกรณีพิเศษให้กับทารกฝาแฝดทั้ง 3 คนด้วย ด้านนายเพลินพิศ สุพันทนา อายุ 31 ปี พ่อของแฝดสาม ช่างเชื่อมพนักงานโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง ปัจจุบันบริษัทเลิกจ้างเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังศาลปกครองมีคำสั่งระงับชั่วคราว 76 โครงการ ส่วนภรรยาเป็นแม่บ้าน ซึ่งการคลอดครั้งนี้เป็นการคลอดท้องที่สอง โดยท้องแรก ได้ลูกชายเช่นกัน หลังภรรยาตั้งท้องได้ 4 เดือน ได้พาไปตรวจหมอบอกว่าเป็นฝา แฝด 3 คน

*** อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์ รายงานเพิ่มเติมว่า..ชาวระยองคึกคักแห่ดูสาวใหญ่คลอดลูกแฝด 3 รายแรกแห่ง รพ.ระยอง ทำให้คนแตกตื่นเฝ้ารอถึงวันครบกำหนดคลอด และผู้เป็นพ่อสุดซึ้งทั้งน้ำคาดลอเบ้าแสนดีใจมากที่ได้ลูกแฝด 3 ได้หารือกันแล้วตั้งชื่อว่า ด.ช.พสธร หรือน้องเอ ด.ช.พลิศร หรือน้องบี และด.ช.พศวีย์ หรือน้องซี ครอบครัวถือว่าเป็นความโชคดีของตนพร้อมภรรยา และชาวเมืองระยองฮิ!!

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

P18

"ครูฮีโร่แม่พิมพ์ของชาติสุดยอดเยี่ยม"




*** อาสาพาไปสัมผัส..คุณ เสริมฉัตร จิรสัทธรรม เจ้าของสถานที่ ณ สวนบรรพชนจุลากาลสถิตน์สถานบรรพชนสยาม หมู่.1 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยสถานที่ดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ และให้ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับบุคคลในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสถานที่ให้คำแนะนำ และได้มีการสอนวิธีการขี่ม้าที่ได้รับการติดต่อจาก..คุณครูบุญชู ม่วงไหมทอง ซึ่งคุณครูท่านเป็นแม่พิมพ์ของชาติ โดยรับราชการครูมาเป็นระยะเวลา 31 ปี เป็นคุณครูสอนอยู่ที่โรงเรียนวัดเขาบาย ศรี หมู่.5 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และชมรมสมาคมผู้ปกครองเด็กพิเศษ บ้านเขาบายศรี ได้แนะนำผู้ปกครองพาเด็กที่เป็นโรคออทิสติกมาคลายเคลียด โดยใช้วิธีการที่เรียกว่า (อาชาบำบัด) เป็นวิธีที่ช่วยบำบัดโรควิธีหนึ่งได้ผลดี เพื่อจะทำให้เด็กที่เป็นโรคออทิสติก หรือ(เด็กพิเศษ) ได้มีสมาธินิ่งและอดทนเพลินเพลินมากยิ่งขึ้น

*** กระทั่งล่าสุด..ผลงานอันประทับใจที่รอคอยได้มาถึง..เมื่อคุณครูได้รับรางวัลยอดเยี่ยม จากรายการ 9 รวมใจคนไทยไม่ทิ้งกัน ทางทีวีช่อง 9 โดยได้รับใบประกาศเกียรติคุณ ให้เพื่อแสดงว่า..ครูบุญชู ม่วงไหมทอง ได้รับการเชิดชูเกียรติในฐานะ เป็นบุคคลที่สร้างความดีให้กับสังคม จากฯพณฯท่าน..นายอภิสิทธิ์ เวชชาวีวะ นายกรัฐมนตรี อย่างน่าภาคภูมิ ใจเป็นอย่างยิ่ง นี่แหล่ะครับ..คุณครูยอดเยี่ยมของสังคม สมกับแล้วที่เป็น.. แม่พิมพ์ของชาติตัวจริงนะเนี่ย..!!

*** โดยเฉพาะ เด็กที่เป็นโรคออทิสติก หรือเรียกกันว่า (เด็กพิเศษ) ซึ่งเป็นภาระต่อสังคมอย่างมาก ถ้าไม่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อ เนื่อง จึงใช้วิธีนำม้าบำบัดโรคเป็นการพัฒนาสมองอย่างหนึ่ง เด็กที่เข้ามาบำบัดที่นี่ ได้มีการพัฒนามากขึ้น (อาชาบำบัด ) ทำให้เด็กมีสมาธิมากขึ้นและทรงตัวได้ดี จากเด็กที่เคยกลัวก็จะมีความกล้าและมีความสุขกับกิจกรรมที่ทำได้ เด็กที่มาฝึกไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กที่โรงเรียนนี้เท่านั้น เราได้เปิดกว้างให้เด็กที่เป็นโรคออทิสติก(เด็กเพิศษ)สามารถเข้ามารักษาได้ โดยเสียค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย

*** วันนี้จะแนะนำให้ท่านได้รู้จักกับแม่พิมพ์ของชาติตัวจริง ท่านคือ..คุณครูบุญชู ม่วงไหมทอง และ คุณเสริมฉัตร จิรสัทธรรม โดยใช้วิธีการรักษาเด็กมานานกว่า 2 ปี ระยะหลังมีชาวต่างชาติสนใจเข้ามาช่วย และส่งเรื่องกลับไปที่ประเทศเดนมาร์ค และได้รับการตอบรับกลับมาได้เร่งเห็นว่าทางเราขาดบุคลากร จึงได้ส่งผู้ที่มีความรู้และศึกษาเกี่ยวกับโรคนี้มาช่วยเหลือ โดยทุกๆ 6 เดือนจะสับเปลี่ยนกันมาดูงานเพื่อช่วยเหลือ และต้องขอขอบคุณ..Mr.Patrick Rasmussen , Ms.Sine Lykke Olsen , Ms. Maja Car isen จากมหาวิทยาลัย Copenhagen ประเทศเดนมาร์ค จึงได้ขอบคุณที่ช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส และอีกท่านคือ..คุณหมอ กฤติกา จากโรงพยาบาล กรุงเทพระยอง ท่านเป็นหมอรักษาและบำบัดเด็กออทิสติกโดยตรงท่านเห็นว่าวิธีการรักษานี้ดีมากทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้น และท่านได้บริจาคเงินช่วยเหลือคอกม้าอีกด้วย ทุกคนต่างขอบคุณท่านที่ได้ช่วยเหลือสนับสนุน และที่ลืมไม่ได้คือ..(เจ้าสายฟ้า) ม้าผู้ใจดี และนายฉัตรเทพ จิรสัทธรรม ที่ช่วยกันบำบัดรักษาเด็กเหล่านี้ให้บรรเทาเบาบางลงไปได้

P17

"เจ้หยกร่างทรงเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ยเฉือนลิ้นแห่มังกรสิงโตแจกข้าวคนจน"




*** คนทรงเจ้า..เจ้หยก หรือคุณจุฑาทิพย์ เปิดใจทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์ว่า..ตนไม่ได้เอาตำหนักมาเป็นอาชีพแต่ประ การใด!! อาชีพของตน คือเป็นแม่ค้าขายอาหารเจในเวลาเช้าทุกวัน ที่บริเวณหน้าตลาดเทพจิดดาบ้านฉาง หลังจากที่เสร็จภาระกิจการงานแล้ว เมื่อมีผู้ที่นับถือศรัทธาเลือมใส เดินทางไปกราบไหว้บูชาองค์เทพเจ้าไฉ่ซิ้นเอี้ย ตนถึงได้อันเชิญ..องค์เทพเจ้าไฉ่ซิ้นเอี้ย (เทพจ้าแห่งโชคลาภ หรือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง) มาประทับร่างของตน

*** ปัจจุบัน..ขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้วทุกคนต่างต้องการมีชีวิตและความเป็นอยู่ที่สุขสบาย สมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ แก้ว แหวน เงิน ทอง โดยเฉพาะมนุษย์ในยุคปัจจุบันนั้นให้ความสำคัญในด้านวัตถุมากกว่าด้านจิตใจ ต่างมุ่งหวังให้ชีวิตมีความเป็นอยู่ที่ถึงพร้อมด้วยปัจจัยสี่ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ไม่ว่าผู้นั้นจะประกอบอาชีพทำการค้า (เป็นเจ้าของกิจการ) หรือ เป็นทรัพย์สมบัติ เงินทอง โชคลาภวาสนา มีกินมีใช้ไปจนแก่เฒ่าจนถึงลูกหลาน..

*** อดีตแต่โบราณชนชาวจีนมีคติความเชื่อว่าความเป็นอยู่ของมนุษย์นั้นได้รับความเมตตาจากฟ้าดินและสวรรค์ โดยเฉพาะสวรรค์นั้นจะมีเทพหลายๆองค์ที่คอยช่วยเหลือมนุษย์ที่เป็นผู้ปฏิบัติดีทั้งหลาย (เป็นคนดี) ให้มีชีวิตความเป็นอยุ่ที่สมบูรณ์ด้วยปัจจัยสี่ หนึ่งในบรรดาเทพทั้งหลายที่มีเมตตาคอยช่วยเหลือมนุษย์นั้น บรรพชนแต่โบราณต่างกราบไหว้ บูชา ขอโชคลาภ ทรัพย์สมบัติ เงินทอง จากเทพองค์นี้เป็นองค์แรกนับแต่วันขึ้นปีใหม่ (วันตรุษจีน) ก่อนเทพองค์อื่นๆราวกับว่ามนุษย์นั้นให้ความสำคัญกับเรื่องทรัพย์สมบัติ เงิน ทอง มากกว่าเรื่องอื่นๆ จึงกราบไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้นเอี้ยองค์นี้ก่อนองค์อื่นๆ ?!?

*** บรรพบุรุษของเราแต่โบราณกาลนั้นมีพิธีถวายเครื่องสักการบูชา..เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง ที่เรียกเป็นภาษาจีนว่า..เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ย บูชากราบไหว้กันเป็นประจำทุกปีอย่างน้อยปีละครั้งในยามต้นๆของวันตรุษจีน โดยมีความเชื่อว่า..เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ยจะมาประทานทรัพย์สมบัติ เงินทองโชคลาภ ให้แก่ผู้กราบไหว้ท่าน อธิฐานว่า..ข้าพเจ้า(ชื่อ- นามสกุล)ขอบารมีองค์เง็กเซียนฮ่องเต้ และเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ย ประทานทรัพย์สมบัติ เงิน ทอง โชคลาภทั้งหลายที่สวรรค์กำหนดให้ข้าพเจ้าตามวาสนา ขอให้เจริญในหน้าที่การงานมีต่ำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อยังประโยชน์มาสู่ตัวข้าพเจ้า และตระกูลของข้าพเจ้าตลอดไปด้วยเถิด!!

*** วันนี้อาสาพาไปพิสูจน์กับสิ่งเร้นลับ(ไม่เชื่ออย่าหลบลู่)..ตำหนักเทพเจ้าไฉ่ซิ้เอี้ย (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง) บ้านเลขที่ ซอยโรงก๊วยเตี๋ยว หมู่ 3 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งเป็นร่างทรงองค์เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ย ชื่อว่า..คุณจุฑาทิพย์(เจ้หยก) อิ่มจิตร์ อายุ 52 ปี เป็นร่างทรงมา 15 ปี โดยเฉพาะ เทศกาลตรุษจีนทุกปี ได้จัดพิธีอันเชิญ..องค์เทพเจ้าไฉ่ซิ้นเอี้ย (เทพแห่งโชคลาภ หรือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง) ลงประทับทรงในพิธีการต่างๆ ปรากฏว่า..บรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งข้าราชการตำรวจ-ทหาร และพ่อค้าแม่ค้าประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางไปกราบไหว้บูชาองค์เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ยกันเนืองแน่น ชมการแสดงขบวนมังกร แห่สิงห์โต เด็กไต่เสาสูงท่าผาดโผนน่าหวาดเสียว ร่างทรงเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ยโชว์เฉือนลิ้นเลือดสาดกระเซ็น แจกฟรีข้าวสารอาหารแห้งและซองอั่งเปา!! ให้แก่..ชาวบ้านร้านค้าประชาชนต่างเข้าคิวรอรับของแจกฟรีกันอย่างเนืองแน่น.

*** คนทรงเจ้า..เจ้หยก หรือคุณจุฑาทิพย์ เปิดใจทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์ว่า..ตนไม่ได้เอาตำหนักมาเป็นอาชีพแต่ประ การใด!! อาชีพของตน คือเป็นแม่ค้าขายอาหารเจในเวลาเช้าทุกวัน ที่บริเวณหน้าตลาดเทพจิดดาบ้านฉาง หลังจากที่เสร็จภาระกิจการงานแล้ว เมื่อมีผู้ที่นับถือศรัทธาเลือมใส เดินทางไปกราบไหว้บูชาองค์เทพเจ้าไฉ่ซิ้นเอี้ย ตนถึงได้อันเชิญ..องค์เทพเจ้าไฉ่ซิ้นเอี้ย (เทพจ้าแห่งโชคลาภ หรือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง) มาประทับร่างของตน เพื่อช่วย เหลือญาติโยมที่เดือดร้อนต่างๆ ที่มาพึ่งบารมีขององค์เทพเจ้าฯ ชาวบ้านร้านค้าประชาชนต่างพากันมาที่ตำ หนักทุกวัน เพราะเทพเจ้าฯ ลงมาโปรดผู้ที่มีความทุกข์..ให้โชคลาภถูกหวยกันทั่วหน้าที่ผ่านมา

*** ร่างทรงเทพเจ้าฯ เล่าให้ฟังว่า..เคล็ดลับของผู้มีฐานะร่ำรวย มั่งคั่ง มั่งมีศรีสุข ได้รับทรัพย์สมบัติ,เงินทอง, และโชคลาภ จาก..เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ย มีดังนี้คือ 1.เป็นผู้ทำบุญมาก่อน ทำให้เป็นผู้มีวาสนา 2.เป็นคนดี มีความซื่อ สัตย์ กตัญญู หาเลี้ยงชีพโดยสุจริต 3.มีความขยัน อดทนในการทำงาน 4.มีสติปัญญาในการหาทรัพย์ รู้จักใช้ทรัพย์ และบริหารจัดการให้ทรัพย์สมบัตินั้นเกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น 5.รู้จักคุณค่าทรัพย์ที่ได้มาและรู้จักรักษาทรัพย์ (แท้จริงคุณ สมบัติทั้ง 5 ประการนี้) คือ คุณสมบัติและอุปนิสัยของเทพไฉ่ซิ้งอี้ยเมื่อครั้งที่ท่านยังเป็นมนุษย์ ถ้าผู้ ใดมีครบถ้วนในตนเองไม่มากก็น้อยได้ชื่อว่า..เป็นผู้มีทรัพย์สมบัติ โชคลาภ ไม่มีวันจนอย่างแน่นอน.

*** อย่างไรก็ตาม ผู้มีความทุกข์ร้อนใจต่างๆก็จะพากันไปหา..องค์เทพเจ้าไฉ่ซิ้นเอิ้ย (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง) ให้ช่วยดูดวงชะตาราษี,ขอโชคลาภ,บ้างก็ทุกข์เรื่องของหาย,สามี-ภรรยาหาย,ทุกข์เพราะเจ็บป่วย,ทุกข์เพราะมีคดีความ,หนี้สิน,และให้ช่วยเรื่องค้าขายที่ดินต่างๆ หลังจากสำเร็จได้โชคลาภ ก็มาแก้บ่นภาพยนต์,มโหรสพเป็นประจำ ตำหนักองค์เทพเจ้าฯแห่งนี้ไม่ได้มีการเรียกร้องเอาเงินเอาทองจากใครทั้งสิ้น!! ผู้ สำเร็จสมหวังดั่งใจ จะทำบุญกับตำหนักก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเจ้หยกร่างทรงฯ จะนำเงินที่ได้มาไปทอดผ้าป่าทำบุญแจกจ่าย..ช่วยเหลือคนจนและเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน นี่แหล่..ร่างประทับทรงเทพเจ้าไฉ่ซิ้นเอี้ยตัวจริง !!

P16

"แม่สุดปลื้มน้ำตานองลูกบวชสามเณรภาคฤดูร้อนทดแทนพระคุณ"




***เมื่อเอ่ยถึง..วัดคลองทราย เดิมทีชาวบ้านเรียกว่า..วัดอู่ตะเภา ศิริวรรณ สังกัดมหานิกาย อยู่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ตำบลพลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ตั้งอยู่ในเขตสนามบินอู่ตะเภา สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2486 มีนามว่าที่พักสำสงฆ์ศรีสำเภาวนาราม มีเนื้อที่ประมาณ 59 ไร่ 55 ตารางวา จากนั้นทหารเรือได้เวนคืนที่ดิน เพื่อใช้ประโยชน์ใน ทางราชการ และย้ายเมื่อ พ.ศ.16 มาสร้างขึ้นใหม่ที่บ้านคลองทราย โดยทหารเรือได้จัดที่ดินสร้างขึ้นให้ใหม่ ประ มาณ 6 ไร่ แต่มิได้สร้างวัดในที่ดังกล่าว เพราะว่ามีผู้มีจิตศรัทธาถวายที่ดินเพื่อสร้างวัด คือ นางมาลัย ศิริวรรณ ได้ถวายที่ดินจำนวน 21 ไร่ 8 ตารางวา ให้เป็นที่ดินสร้างวัด ทางราชการได้อนุญาตให้สร้างวัด เมื่อ 30 ธ.ค.19 และกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศตั้งเป็นวัด 26 ก.ค.22 ใช้ชื่อว่าวัดคลองทราย และมีเจ้าอาวาสจนถึงปัจจุบัน

***นสพ.จันทร์ฮอตนิวส์ เชิญท่านไปสัมผัสที่..วัดคลองทราย เลขที่ 202/2 หมู่ 7 ถนนสายจอคู่-พลา ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมี..พระครูไพบูลย์ วุฒิกร(เขมรรัต) อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดคลองทราย พร้อมด้วย พระอาจารย์ปลิง (กัลยาโณ) พระอาจารย์อดิศักดิ์ (มหาปุณโย) พระอาจารย์สมคิด (ปัญญาวชิโร) และสาเณรน้อย (เจ้าปัญญา) ได้เปิดโอ กาสให้ลูกหลานทุกคน ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เข้ามาบวชเป็นสามเณร เพื่อเข้าฝึกอบรมวิชาการพุทธศาสนา มีทั้งภาคทฤษฎี คือ วิชาธรรมะ-พุทธประวัติ และภาคปฏิบัติวิปัส สนากรรมฐาน จุดประสงค์เพื่อพัฒนาบุตรหลานของเราให้เป็นคนดีในสังคม ซึ่งวัดคลองทรายทำโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนทุกปี โดยทุกท่านไม่เสียค่าใช่จ่ายใดๆทั้งสิ้น!! ซึ่งเป็นความประสงค์ของเจ้าอาวาสผู้ใจบุญนั้นเอง นอกนี้แล้วแต่ญาติโยมจะศรัทธาถวายทำบุญวัดคลองทราย และปีนี้ได้มีสามเณรมาบวชเป็นจำนวนมาก

***พระครูไพบูลย์ วุฒิกร (เขมรรัค) เจ้าอาวาสวัดคลองทราย ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เปิดใจว่า..ปัจจุบันเยาว ชนที่อยู่ในวัยการศึกษามีปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านครอบครัวและจิตใจ การใช้เวลาว่างไม่เป็นประ โยชน์ วัดคลองทรายได้จัดให้มีการบรรพชาสามเณร เพื่อสืบทอดพระศาสนาเป็นการขัดเกรากิเลสและจิตใจ ทั้งได้เรียนรู้พระธรรมวินัยในด้านต่างๆ เพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคตภายภาคหน้าให้คุณธรรมประจำใจตลอดไป ซึ่งในการรับบุตรหลานของศรัทธาญาติโยมทั้งหลายให้เข้ามาฝึกอบรมประ พฤติปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เจริญภาวนา ปลูกจิตสำนึก ความรับผิดชอบ และพัฒนาการทางด้านจิตใจในช่วงปิดภาคการศึกษาฤดูร้อนนี้ให้ดีที่สุด..

***สังคมทุกวันนี้ ได้เปลี่ยนแปลงไปในการยั่วยุ มอมเมาเด็กและเยาวชนของชาติให้ลุ่มหลงทางด้านวัตถุ-วิดี โอเกมส์-สถานบันเทิงเริงรมย์ และอบายมุขต่างๆ เช่น การพนัน กัญชา ยาฝิ่น เฮโรอีน ผงขาว ทินเนอร์ แล็กเกอร์ กาว ตลอดถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ ซึ่งมีอิทธิพลจูงใจให้เด็ก เยาวชนมีความประพฤติเสียหาย ก่อปัญหาความเดือด ร้อนแก่ผู้ปกครอง และสังคมไทยแก้กันแทบไม่ไหวอยู่เวลานี้ ซึ่งในการบรรพชาสามเณรหมู่ภาคฤดูร้อนขึ้นมานั้น เพื่อพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนของชาติให้เป็นผู้มีระเบียบ วินัย มีความรู้ความสามัคคี มีความประพฤติสุภาพเรียบร้อย และมีคุณธรรมประจำใจ เพื่ออนาคตที่ดีและเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ

***สำหรับ การพัฒนาก่อสร้างสิ่งต่างๆที่ชำรุดทรุดโทรมภายในวัดคลองทราย ซึ่งกำลังจะขยายสร้างที่พักไว้ให้ผู้สนใจเข้ามาประพฤติปฏิบัติธรรมต่างๆ และวัดคลองทราย..ขอเชิญร่วมทำบุญสมทบทุนสร้างพระวิหาร (หลวง พ่อโสธร) โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างจำนวนมาก (แต่ยังขาดจะตุปัจจัย) ขอเรียนเชิญท่านผู้ใจบุญมีจิตศรัทธา ร่วมใจช่วยบริจาคทรัพย์ก่อสร้างฯ เพื่อลูกหลานของท่านในอนาคต หรือถวายปัจจัยเลี้ยงอาหารสามเณรภาคฤดูร้อนได้เสมอ โดยมี..พระครูไพบูลย์ วุฒิกร เจ้าอาวาสผู้ใจบุญแห่งวัดคลองทราย ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระ ยอง (สุดยอดเกจิอาจารย์ดังท่านหนึ่ง) หรือจะให้ท่านอาจารย์ท่านทำนายโชคชะตาราศี เสดาะห์เคราะห์ ให้โชค และมีวัตถุมงคลของขลังที่มีประสบการณ์ หรือโทร.089-5405112

***อย่างไรก็ตาม โครงการบรรพชาสามเณรหมู่ภาคฤดูร้อน จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระสมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 83 พรรษา และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถโดยมี..พระครูไพบูลย์ วุฒิกร เจ้าอาวาสวัดคลองทราย ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งเป็นประธานโครงการบรร พชาสามเณรหมู่ ด้วยความตั้งใจจริงพร้อมทั้งคณะสงฆ์ทุกปี และการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ที่เด็กนักเรียนปิดภาคฤดูร้อน นับว่าเป็นการช่วยให้เด็กได้รับการอบรมธรรมมะ ให้รู้จักรักบุญ กลัวบาป เลิกละอบายมุข เราผู้ที่เป็นทั้งผู้อนุโมทนา หรือผู้ร่วมบุญ และผู้จัดงาน ย่อมได้อนิสงส์นับประมาณค่ามิได้เลย สาธุ..สาธุ..!!

P15

"ลิงแสนรู้เลี้ยงเด็ก"





***ลุงนพไก่หมุนบ้านฉาง (ลิงแสนรู้) ย่อมเป็นที่รู้จักกันดีทั้งลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ เจ้าของร้านสูตรไก่หมุนรสเด็ดน่าลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยสุดยอดโอชะ!! ลูกค้าประจำของร้านต่างก็รู้ดีว่าเอกลักษณ์โดดเด่นของร้านนั่นคือ..(ลิงแสนรู้) นั่งไขว่เปลเลี้ยงเด็ก และเฝ้าร้านลุงนพขายไก่หมุนที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งเมืองระยองฮิ..


***เรื่องราวแปลกพิศดาร..(น้องหอย ลิงแสมแสนรู้) ที่เป็นตัวแทนเจ้าของร้าน มีความสามารถไขว่เปลเลี้ยงเด็กน่าแปลกประหลาดจริงๆ..แถมนั่งขายไก่หมุนเฝ้าหน้าร้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจนเหงือกแห้ง..และชอบนั่งรถมอ เตอร์ไซด์ไปเที่ยวตลาด-ชายหาดน้ำริน-หาดพยูน และหาดพลา ทำให้ผู้พบเห็นมีโอกาสเจอ..(น้องหอย ลิงแสนรู้) โปรยยิ้มด้วยใบหน้าบานฉ่ำ..นอกจากความฉลาดน่ารักของพฤติกรรมต่างๆดังกล่าวมาแล้วนี้ เจ้าหอยยังเป็นลิงที่มีนิสัยรักสวยรักงามรักความสะอาดยามว่างชอบนั่งส่องกระจกอาบน้ำ แปะแป้งก่อนเข้านอนเป็นประ จำวัน อาหารโปรดชอบกินแกลงกะทิหมูราดข้าวผิดแตกต่างไปจากพฤติกรรมของลิงโดยทั่วไปที่เคยปรากฏ

***ทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์ อาสาพาไปรู้จัก..ร้านลุงนพไก่หมุน(ลิงแสนรู้) ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท หมู่บ้านเนินกระ ปรอก ปากซอยเทศบาล 64 หมู่ 3 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เมื่อไปถึงที่ร้าน..คุณลุงนพ อ่อนน้อม อายุ 58 ปี และป้าวันดี อ่อนละมุน อายุ 56 ปี สองสามีภรรยา เจ้าของร้านไก่หมุนบ้านฉาง เล่าให้ฟังว่า..เจ้าหอย หรือเรียกกันว่า..น้องหอย เป็นลิงแสม เพศเมีย อายุ 24 ปี ซึ่งนำ มาเลี้ยงได้ 5 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ ตนได้บังเอิญไปพบเห็นลิงถูกขังอยู่ในกรง จึงรู้ สึกสงสารนำอาหารให้เป็นประ จำ ต่อมาเจ้าของคนเดิมเห็นว่า ตนเป็นผู้มีจิตใจรักและเมตตาเจ้าลิงแสมตัวนี้จากใจจริง จึงใจอ่อนยอมให้นำมาเลี้ยง โดยก่อนหน้านี้น้องหอยค่อนข้างนิสัยดุร้าย แต่ไม่นานนักมันก็เริ่มเชื่องไม่กลัวคนและแสนรู้ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแก่ผู้พบเห็นประจำร้านทุกวันนี้

***ด้วยความฉลาดน่ารักของน้องหอยลิงแสมแสนรู้ตัวนี้นี่เอง ทำให้คนร่ำลือว่ามีลิงแสนรู้ช่วยเจ้าของขายไก่หมุน ทั้งไขว่เปลเลี้ยงเด็กอ่อน ที่มีความฉลาดและนั่งเฝ้าร้านให้อีกด้วย ผู้คนจึงต่างพากันเดินทางไปที่ร้านไก่หมุนลุงนพ ทุกคนต่างชื่นชมกับความน่ารักของน้องหอยย่างไม่ต้องกลัวผิดหวัง สร้างความสนใจให้แก่ผู้พบเห็นเป็นยิ่งนัก (น้องหอย ลิงแสนรู้)มีพฤติกรรมผิดแผกแตกต่างจาก..ลิงแสมทั่วไป ที่มีความสามารถเลี้ยงเด็กและขายไก่หมุนแทนเจ้าของร้านที่เป็นเพิงสังกะสี ซึ่งน้องหอยได้ส่งเสียงเหมือนจะบอกให้เจ้าของรู้ว่ามีลูกค้าเข้ามาซื้อของ..

***ลุงนพ อ่อนน้อม เล่าให้ฟังอีกว่า..ก่อนที่ตนจะนำลิงมาเลี้ยงเห็นมันถูกเจ้าของเดิมขังและล่ามโซ่ไว้ข้างบ้าน เจ้าของเดิมบอกนำมาจากประเทศเขมร ตั้งแต่อายุ 5 เดือนแต่ไม่มีเวลาเลี้ยง ตนรู้สึกสงสารจึงนำอาหารไปให้เป็นประจำจนสุดท้ายเจ้าของเดิมยอมยกให้ตนมาเลี้ยง แรกๆน้องหอยก็เหมือนกับสัตว์ทั่วไปที่ยังไม่คุ้นเคยกับคนคือจะมีนิสัยดุร้าย แต่หลังจากเลี้ยงไประยะหนึ่งก็คุ้นเคยและเป็นคนให้อาหารทุกวัน วันหนึ่งลองตัดโช่ทิ้ง ปล่อยออกจากกรง ปรากฏว่า..น้องหอยกลับมีพฤติกรรมดุร้ายอย่างเจ้าของเดิมบอก และนั่งนิ่งเฉย ไม่ยอมไปไหน..

***จากนั้น ลุงนพพูดขึ้นกับมันว่า..ถ้าอยากอยู่กับพ่อให้ทำตัวเรียบร้อยอย่าทำร้ายใคร ตั้งแต่นั้นมา ปรากฏว่า.น้องหอยไม่ทำร้ายใคร ต่อมาเจ้าหอยเริ่มมีพฤตกรรมเลียนแบบคน ชอบนั่งรถมอเตอร์ไซด์ไปเที่ยวตลาด-ชายหาดทะเลแทบทุกวัน เวลาไปตลาดน้องหอยจะกระโดดขึ้นที่เบาะใช้มือจับหน้ารถไว้ พอถึงตลาดน้องหอยจะนั่งคอยอยู่บนรถจนกว่าเจ้าของจะซื้อของเสร็จ บางครั้งจะลงไปด้วย แต่ไม่ค่อยให้ไปเพระกลัวโดนสุนัขกัด และน้องหอยยังชอบให้อาบน้ำทุกวัน อาบน้ำเสร็จก็ต้องปะแป้งส่องกระจกเองก่อนนอน พอรุ่งเช้า..ลุงนพและป้าวันดี จะไปที่ร้านขายไก่หมุน น้องหอยได้ยินเสียงจะโดดขึ้นหน้ารถทันที ถ้าไปต่างจังหวัดจะนั่งเบาะข้างเจ้าของทุกครั้ง

***ป้าวันดี เล่าให้ฟังว่า..เมื่อมาถึงร้านมันจะวิ่งมานั่งเฝ้าที่หน้าร้านไก่หมุนประจำ หากมีลูกค้าเข้ามาจะส่งเสียงร้องเจี๊ยกๆ จนทำให้ลูกค้าสนใจในความแสนรู้ความสามารถของมัน สำหรับอาหารน้องหอย ชอบกินแกลงขี้ เหล็กแกลงกะทิหมู ต้องซื้อให้กินทุกวัน และชอบกินน้ำอัดลมใช้ช้อนตักน้ำแข็งกินหยิบหลอดมาดูดน้ำกินเอง ใน ช่วงฤดูหนาวน้องหอยจะหยิบเสื้อมาสวมใส่เอง โดยสวมเสื้อยืดให้หน้าโผล่ออกมา และยังชอบเล่นอุ้มแมวในช่วงกลางคืน และเวลาปวดท้องฉี่ก็เดินไปห้องน้ำ ส่วนเรื่องเจ็บป่วยก็ไม่เคยมี แต่ลุงนพพาไปฉีดวัคซีนตลอด น้องหอยเป็นลิงแสนรู้ที่ชาวหมู่บ้านใกล้เคียงรักเอ็นดู เพราะเป็นลิงแสนรู้เฝ้าหน้าร้านลุงนพไก่หมุน จนกลายเป็นเอก ลักษณ์ของร้าน เป็นดาราหน้ากล้องไปแล้ว โดยเฉพาะเด็กๆจะชอบหยอกเล่นในกับน้องหอยเป็นอย่างดี

***อย่างไรก็ตาม หากท่านใดอยากสัมผัสเจอกับความทะเล้นน่ารักของ..(น้องหอย ลิงแสนรู้) ก็สามารถเดิน ทางไปที่..ร้านลุงนพไก่หมุน ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท หมู่บ้านเนินกระปรอก ปากซอยเทศบาล 64 หมู่ 3 ถนนสุขุมวิท ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง เมืองฮิ ก็จะเจอ..เจ้าหอยฉลาดน่ารักนั่งเลี้ยงเด็กขายไก่หมุนยิ้มแป้น..เชิญลิ้มลองส้มตำรสแซบ ไก่ทอดกรอบอร่อยรสโอชา..

P14

"คลอดลูกพิศดาร"




*** สาวสัตหีบวัย 26 เจ็บท้องคลอดทนไม่ไหวลูกไหลออกมาในรถยนต์ ขณะนำส่งโรงพยาบาลตรงข้ามหน้าสนามกีฬาราชนาวี ถนนสายสัตหีบ-ระยอง เดชะบุญไม่เป็นอะไร คงเป็นโชควาสนาดี เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือทารกเพศชายร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี ต้อนรับวันแม่ของแผ่นดิน..

*** ทีมข่าว นสพ.จันทร์ฮอตนิวส์รายงานว่า..นายชัยวัฒน์ พันธุ์เวช อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/114 หมู่ที่ 5 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่าขณะนำตัว นางสมใจ วิทยานุกูล อายุ 26 ปี ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 9 เดือน มีอาการเจ็บท้องอย่างกะทันหัน ขึ้นรถเก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแลนเซอร์สีบอร์น หมายเลขทะเบียน กน-4904 ชลบุรี เพื่อไปส่งตรวจที่โรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ปรากฏว่าได้เกิดเจ็บท้องอย่างหนัก ในที่สุดได้คลอดลูกออกมาภายในรถเก๋งคันงาม ขณะนำตัวส่งรพ.อย่างเร่งด่วนแล้ว

*** เมื่อได้รับทราบว่า สาวท้องแก่เกิดอาการเจ็บท้องน้ำเดินกะทันหัน ใกล้คลอดเต็มที ทีมข่าวจึงได้ไล่ติดตามรถสาวเจ็บท้องมาตามถนนสุขุมวิท สาย 3 มุ่งหน้าไปทางอ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อให้ทันรถคันดัง กล่าว ปรากฏว่า เมื่อมาถึงหลักกิโลเมตรที่ 180 ตรงข้ามกับสนามกีฬาราชนาวี กิโล 5 หมู่ที่ 7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เส้นทางสัตหีบ-ระยอง นางสมใจ ทนไม่ไหวได้ปล่อยให้บุตรไหลออกมาขณะที่นอนอยู่เบาะหลังของรถ โดยมีนางนฤมล พันธุ์เวช อายุ 33 ปี คอยดูแล ประคับประคองทั้งแม่และเด็ก สายสะดือยังติดกับตัวแม่ นอนแน่นิ่ง แน่นหายใจไม่สะดวก และจากการไล่ติดตามพบว่าการนำส่งเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะรถเก่า สภาพการจราจรติดขัดอย่างมาก เนื่องจากเป็นเวลาเร่งด่วนที่ข้าราชการกองทัพเรือ ลูกจ้าง พนักงาน ก็รีบเร่งขับรถแข่งเวลาไปทำงานตามสถานที่ต่างๆ

*** นายชัยวัฒน์ พันธุ์เวช เปิดเผยว่า นางสมใจ วิทยานุกูล เป็นญาติห่างๆ มีปัญหากับสามีจึงได้ขนเสื้อ ผ้ามาขอพักอาศัยอยู่ด้วยเมื่อวันที่ 23 เมษายน ด้วยสภาพตั้งครรภ์ แต่ไม่มีอาการเจ็บท้องแต่อย่างใด พอตอนเช้าของวันนี้ นางสมใจบอกว่าเจ็บท้องมากจึงได้สอบถามปรากฏว่าได้ตั้งครรภ์ครบ 9 เดือน จึงได้รีบพาขึ้นรถ โดยให้ภรรยาคอยดูแลไปด้วยที่เบาะหลัง ปรากฏว่า นางสมใจได้ร้องโอดครวญเจ็บท้องอย่างหนักแบบกระทันหัน ตนพยายามรีบเร่งความเร็วที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่สามารถจะรีบได้เพราะการจราจรในพื้นที่ของอ.สัตหีบ ในช่วงเช้า-เย็นติดขัดเป็นอย่างมาก ข้าราชการทหาร-ตำรวจ พ่อค้าประชาชน ต่างออกจากบ้านไปทำงานในเวลาใกล้เคียงกันมาก ทำให้ไปส่งคลอดลูกไม่ทัน เป็นเหตุให้ไหลลูกออกในรถของตน

*** อย่างไรก็ตาม หลังจากที่รถรับนางสมใจ ไปถึงโรงพยาบาลสัตหีบ กม.10 ได้มีเจ้าหน้าที่ห้องคลอดรีบมารับตัว และตัดสายสะดือ อุ้มออกจากรถเข้าไปยังห้องคลอดอย่างเร่งด่วน เพราะดูสภาพเด็กตัวแห้ง และเริ่มเขียว แต่ยังมีเสียงร้องอุแว้..อุแว้..ส่งสัญญาณว่า เด็กยังอยู่ในอาการที่ปลอดภัย และแข็งแรงยังไม่เป็นอะไร จากนั้นทางด้านแพทย์ก็ออกมาบอกว่าแม่ และเด็กปลอดภัยดีด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งทางด้านนายชัย วัฒน์ หรือดิ่ง ผู้ที่ขับรถยนต์นำสาวเจ็บท้องมาส่งที่ รพ.สัตหีบ กม.10 จึงได้พยายามติดต่อญาติ เพื่อแจ้งให้พ่อ-แม่ และสามีของนางสมใจได้รับทราบว่า ตอนนี้แม่และเด็กทารกปลอดภัยดี ขอให้มาดูได้แล้ว.

P13

"หน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธธรรมบ้านฉาง"



***ปัจจุบัน อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เป็นเมืองหลักของภาคตะวันออกแห่งหนึ่ง ที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การคมนาคม ซึ่งอยู่ในส่วนของโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด มีแหล่งพักอาศัยของผู้เข้ามาทำงานในเขตพื้นที่และใกล้เคียง ประกอบกับมีแหล่งนักลงทุนในเชิงธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวอยู่มาก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบ้านฉางตามแผนของสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติกำหนดให้เป็นที่อยู่โดยเฉพาะชาวต่างประเทศมาพักเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งที่ 2 พร้อมด้วยสายการบินภายในและต่างประเทศของสนามบินนานาชาติ รวมทั้งเป็นที่ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย และการศึกษาที่มีขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ประชาชนจำนวนมากยังขาดความรู้ ความเข้าใจเทคโนโลยีสมัยใหม่ อีกทั้งสังคมยังขาดมาตรการที่เข้มงวดในการจัดระเบียบของสังคมที่ดี จึงยังผลให้มีการทำลายสิ่งแวดล้อมมากขึ้นนำมาซึ่งเกิดภัยพิบัติ และอุบัติเหตุต่างๆ มากขึ้นที่ทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม ก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สินมากมายมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ว “อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการจราจร”

***นายเกษม การประเสริฐกิจ ประธานสมาคมพุทธธรรมสงเคราะห์(ฝ่ายสาธารณภัย) อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เปิดใจทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์ว่า..ผู้สบอุบัติเหตุจากการจราจรในพื้นที่ จ.ระยอง โดยเฉพาะ อ.บ้านฉาง-มาบตาพุด นับวันจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น อีกทั้งความรุ่นแรงของผู้ได้รับบาดเจ็บยิ่งทวีความรุ่นแรงมาก การลำเลียงนำผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุของยานพาหนะตามถนนหนทางหรือจากอุบัติภัยของสารเคมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นแก๊สจะรวด เร็ว และรุนแรงเกินความคาดหมายของประชาชน ฉะนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ “สมาคมพุทธธรรมสง เคราะห์บ้านฉางฝ่ายสารธารภัย”ได้จัดตั้งหน่วยช่วยเหลือผู้ประสบทั้งทางบก และทางน้ำ จึงต้องมีแผนรองรับและมีการประ สานงานทางราชการเพื่อปรับแผนเข้าด้วยกันกับหลายหน่วยงานเพื่อให้เกิดการทำงานที่เป็นระบบเป็นขั้นตอน และถูกต้องในการช่วยเหลือซึ่งจะทำให้การดำเนินการกู้ชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถป้องกันประชาชนให้ประสบอันตรายให้น้อยที่สุด รวมทั้งบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกู้ชีพต้องผ่านการอบรมอย่างถูกต้อง โดยในการลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงบาลนั้น พบว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ถูกนำส่งโดย..กู้ภัยสมาคมพุทธธรรมบ้านฉาง จับมือกับหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสยามร่วมใจ และใน 20 เปอร์เซ็นต์ ถูกนำส่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือประชา ชนผู้ใจบุญพบเห็นการณ์ สมาคมพุทธธรรมสงเคราะห์ บ้านฉาง เป็นองค์กรภาคเอกชนที่จัดตั้งสมาคมฯ ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2516 ให้เป็นการช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและไร้ญาติขาดมิตรมาโดยตลอด ซึ่งทางสมาคมฌาปณกิจสงเคราะห์ พุทธธรรมสงเคราะห์ บ้านฉาง-ระยอง โทร.038-695043 โดยจะรับผิดชอบในพื้นที่ อ.บ้านฉาง และเขตที่ใกล้เคียง ให้การสนับ สนุนกิจ กรรมต่างๆ ของทางราชการ ตลอดทั้งด้านการกุศล การศึกษา ศิลปะวัฒนธรรม และสาธารณะอื่นๆ รับแจ้งเหตุให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชม. โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น

***นายพีรเดช พรหมเจริญ ผจก.ฝ่ายสาธารณภัย สมาคมพุทธธรรมสงเคราะห์บ้านฉาง เปิดใจทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์ว่า..สมาคมพุทธธรรมสงเคราะห์บ้านฉาง เป็นองค์การภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือสังคมอีกทางหนี่ง โดยไม่คำนึงถึงค่าตอบแทนแต่อย่างใด ซึ่งการดำเนินงานของสมาคมฯ มิได้มีการแสวงหาผลประโยชน์ ทุกฝ่ายควรให้การสนับสนุน และในการที่สมาคมฯได้จัดการประชุมหรืออบรมอาสาสมัครทุกครั้งจะเชิญวิทยากรผู้ทรง คุณวุฒิ ที่มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ นำมาให้ความรู้แก่สมาชิก และมีการอบรมอย่างต่อเนื่องในการช่วยเหลือ-บรรเทาสาธารณภัย ในการกู้ชีพนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่อาสาสมัครที่ได้รับความรู้ความเข้าใจ และกฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวข้องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ อำเภอ และโรงพยาบาลสาธารณสุข นับว่าเป็นการสร้างความ คุ้นเคยในการที่จะมีประโยชน์ในการประสานงาน และผนึกกำลังในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสังคม และทางราชการ ทั้งในด้านสาธารณกุศลต่างๆ ตลอดทั้งการสาธารณภัย สาธารณประโยชน์อื่นๆนับว่าเป็นเกียรติอันสูงส่ง ที่สมาคมพุทธธรรมสงเคราะห์ ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานราชการ และหน่วยงานเอกชน-ประชาชนอำเภอบ้านฉางและพื้นที่ใกล้เคียงด้วยดี “การช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้รอดชีวิตและรอดพ้นจากการเจ็บป่วยที่ทุกข์ทรมาน นับเป็นการสร้างผลบุญที่มีคุณค่าสูงสุดที่มนุษย์สามารถมอบให้แก่กันได้” จากหลักการดังกล่าวถือว่าเป็นหัวใจในการปฏิบัติหน้าที่ และยึดถือปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาของสมาคมพุทธธรรมสงเคราะห์บ้านฉาง มีความพร้อมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ในการเกิดอุบัติภัยต่างๆ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือทันต่อเหตุการณ์ที่รวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ลดความพิการอันเนื่องจากอุบัติเหตุซึ่งมีการเตรียม รับเหตุฉุกเฉิน ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง

***นายพีรเดช เปิดใจอีกว่า..เป้าหมายที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บคือ การเร่ง ด่วนเพื่อนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุให้รวดเร็วที่สุดด้วยความระมัดระวัง ยานพาหนะที่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างทันยุคทันสมัยต่อเหตุการณ์ พยายามจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าในในการปฏิบัติ งาน จนทุกวันนี้มีอาสา สมัครที่คอยช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งทางบกและทางน้ำ ประมาณกว่า 100 นาย โดยทุกท่านเข้ามาเป็นสมาชิกอาสาสมัครนั้นต่างมาด้วยจิตใจที่สร้างกุศล ไม่มีค่าจ้างค่างวดแต่อย่างใด ส่วนการรับสมัครสมาชิกเราไม่ได้รับแบบใครมาสมัครก็รับ เรารับสมัครต้องมีผู้รับรอง มีการสอบประวัติ และส่งประวัติไปที่ สภ.บ้านฉาง ดูแลการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบความประพฤติ นิสัยใจคอ และอีกหลายอย่างประกอบกัน ส่วนที่เน้นเป็น พิเศษก็คือ (เรื่องยาเสพติด และทรัพย์สินของผู้เสียหาย) ทางฝ่ายสาธารณภัยจะห้ามเด็ดขาด หากสืบทราบว่ามีอา สาสมัครท่านใดที่มีความประพฤติดังกล่าว ทางเราจะปลดออกทันที และนำส่งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเพื่อดำเนิน การตามกฎหมายบ้านเมืองทันที เพราะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงทางสมาคมพุทธธรรมสงเคราะห์เป็นอย่างมาก

*** นายณัฐพงษ์ กุลปรีดา ที่ปรึกษาฝ่ายสาธารณภัย สมาคมพุทธธรรมสงเคราะห์บ้านฉาง เปิดใจทีมข่าวจันทร์ฮอนิวส์ว่า..ตนได้สนับสนุนอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในด้านสื่อสารติดต่อทางราชการให้มีประสิทธิ ภาพในการใช้รับ-ส่ง ข่าวสาร อย่างถูกต้องต่อหน่วยงานที่สำคัญ เช่น สภ.บ้านฉาง อำเภอ เทศบาล ดับเพลิง และศูนย์ข่าวเพื่อเป็นการประสานงานด้านการสื่อสารให้ฉับไวทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้งงานช่วยเหลือสังคมให้จัดรถยนต์ฉุกเฉินร่วมโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยและรวมทั้งบริจาคโลงศพ เก็บศพผู้ยากไร้ไม่เลือกเชื่อชาติศาสนา ซึ่งถือเป็นงานหลักและตรงตามวัตถุประสงค์ของคณะกรรมการ สมาคมพุทธธรรมสงเคราะห์บ้านฉาง และสนับสนุนหน่วย งานราชการต่างๆ เข้าร่วมงานกิจกรรมต่างๆ ที่ทางจังหวัดจัดขึ้นในด้านของการพัฒนาท้อง ถิ่น ด้านเสบียงอาหารเครื่องสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งในและนอกพื้นที่อีกด้วย สำหรับ การทำงานในพื้นที่เขตอำเภอบ้านฉางนั้น กู้ภัยสมาคมพุทธธรรมบ้านฉาง ( พ้งไล้ เช็กเชียวเกาะ) ได้ประสานงานการทำงานกับหน่วยกู้ภัยต่างๆกันดีเสมอมา ในกรณีการเกิดอุบัติเหตุที่หนักเกินกำลังเข้าช่วยเหลือก็จะประสานงานหน่วยที่ใกล้เคียงเข้าร่วมมือเป็นอย่างดี อุบัติเหตุในบ้างครั้งที่เกิดขึ้นนั้นน้อยครั้งที่อาสาสมัครหลายหน่วยงานหรือรวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จะเป็นผู้พบเห็นเหตุการณ์ซะมาก กว่า จึงควรให้พวกเขามีส่วนร่วมให้มากกว่านี้คือ จัดให้มีการรณรงค์ในวงกว้างให้ประชาชนทราบในการที่จะแจ้งข่าวสารเพื่อความช่วยเหลือ ตลอดจนให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปในเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บให้ถูกต้องรวดเร็วจะมีผลดีแก่การช่วยเหลือให้ทันท่วงที นายณัฐพงษ์กล่าวในที่สุด

***อย่างไรก็ตาม เราได้เห็นการทำงานของ..สมาคมพุทธธรรมสงเคราะห์บ้านฉาง ได้รับใช้สังคมประชา ชน ชาวอ.บ้านฉาง จ.ระยอง อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และเอาจริงจังกับหน้าที่รับผิดชอบอย่างนี้แล้ว ก็นึกอิจฉาชาวบ้านไม่ได้ ซึ่งก็อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และเอกชน ควรให้การสนับสนุนผู้เขาเหล่านี้ เขายินดีรับบุญจากท่านตลอดเวลา หรือมีเหตุด่วนร้าย ฉุกเฉินทุกรูปแบบ โทร.038-695043 ตลอด 24 ชม. ดังนั้น ฝากให้กู้ภัยสมาคมพุทธธรรมบ้านฉางทุกท่าน จงรักษาความดีให้เหมือนกับเกลือรักษาความเค็มตลอดไป...