วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2553

P52

"ทุ่งโปรงทอง มหัศจรรย์ป่าชายเลน ต.ปากน้ำประแส"





***ธรรมชาติช่วยขัดเกลาจิตใจมนุษย์ได้ดีทีเดียว การเดินทอดน่องชมทุ่ง ชมธรรมชาติ ป่าเขา ลำเนาไพร และท้องทุ่งพันธ์ไม้
งาม ดอกไม้ที่มีสีสวยสดงดงามในหลายจังหวัดของประเทศไทยมีมากมาย แต่ที่ทุ่งโปรงทองกับต้นโปรงสีเขียวขจีที่จังหวัดระยองของเราก็มีดีเหมือนกัน

***ทุ่งโปรงทอง บ้านแสมผู้ หมู่7ต.ปากน้ำประแส จ.ระยอง คือจุดชมวิวอีกแห่งของ ต.ปากน้ำประแสที่นักท่องเที่ยวสามารถแวะเข้าชมได้โดยการขับรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาทางซอยข้างโรงเรียนชุมชนวัดตะเคียนงาม (ซอยข้างวัด)เลี้ยวขวาลงไปตามทางแคบหรือจะฝากรถยนต์ไว้ที่โรงเรียนหรือวัด และใช้บริการรถพ่วงข้างของชาวบ้านทั้งยังมีบริการนั่งเรือชมหิ่งห้อย หรือจะเดินเท้าไปตามสะพานเดินชมธรรมชาติป่าชายเลนแสมผู้ ที่มีรากต้นโกงกางเป็นแหล่งอนุบาลพันธ์สัตว์น้ำ เช่น ปูแสม หรือปลานานาชนิด ทางเดินเป็นสะพานไม้ที่สร้างด้วยงบประมาณ อบจ.ระยอง สร้างไว้เมื่อปี พ.ศ. 2552 ระหว่างทางชมพืชพันธ์ธรรมชาติ และต้นไม้ป่าชายเลนหลากหลายชนิดจนเดินมาถึงจุดพักชมวิว ทุ่งโปรงทอง ที่มีใบเป็นสีเขียวอ่อน ละลานตาไปทั่วทั้งท้องทุ่งป่าชายเลน มีความงดงามละลานตาสีเขียวสว่างสดใสงดงาม นี่คือสิ่งที่ธรรมชาติปรุงแต่งออกมาให้มนุษย์ได้ชื่นชม จากนั้นเมื่อเดินต่อไปตามทางยังได้แวะสักการะเจ้าพ่อแสมผู้และไปสุดทางที่จุดชมวิวที่ยื่นออกไปในทะเลเป็นความงดงามที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ที่ชาวบ้านประแสร์ช่วยดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้อยู่คู่ชาวประแสร์ และชาวระยองไปตราบนานเท่านาน

P51

"เจ้าแม่ตะเคียน"






***“ต้นตะเคียน” อีกหนึ่งความเชื่อของคนไทยในเรื่องต้นตะเคียนจะมีนางไม้ หรือเจ้าแม่สถิตอยู่ อาจเพราะต้นตะเคียนเป็นต้นไม้โบราญที่มีอายุยืนนานนับร้อยๆปีต้นไม้หลายชนิดหักโค่นไป แต่ต้นตะเคียนยังอยู่ ผู้คนจึงนำผ้าแดงมาผูกไว้ คนที่ต้องการตัดโค่น

***ต้นตะเคียนจึงต้องทำพิธีขอกับเจ้าแม่ตะเคียนเสียก่อนจึงจะกระทำสำเร็จ หากไม่ทำพิธีขอขมา อาจต้องพบเหตุเภทภัยต่างๆนาๆ
ต้นตะเคียนคู่ ต้นสูงใหญ่ต้นนี้คาดว่ามีอายุกว่า 500 ปี อยู่ภายในวัดตะเคียนงาม หมู่ 2 ชุมชนปากน้ำประแส ต.ปากน้ำประแสร์ อ.แกลง จ.ระยองที่ทางวัดได้ดูแลรักษาและสงวนไว้ ต้นตะเคียนเจ้าแม่ และเจ้าพ่อมีลำต้นสูงใหญ่หลายคนโอบ อยู่คู่กัน ที่มีผู้ศรัทธา นำผ้าสามสีมาผูกไว้และสร้างตำหนักเจ้าแม่ตะเคียนอยู่ใกล้ต้นตะเคียน นั้น โดยมีกิ่งของตะเคียน ที่หักลงมาและถูกนำมาวางไว้ ข้างตำหนักเจ้าแม่มีเรื่องเล่าขานว่าครั้งหนึ่งที่ผู้ที่มาขอเมื่อขอกับเจ้าแม่ตะเคียนได้สมหวังแต่กลับไม่มาแก้บนตามที่ขอไว้ กิ่งจึงหักลงมาทับร่างผู้นั้นถึงแก่ชีวิตเป็นเรื่องราวที่เล่าขานสืบต่อมา ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ผู้คนได้เข้ามาขอโชคลาภกับเจ้าแม่ตะเคียนหรือถวายชุดสไบเครื่องแต่งกาย หรืออธิฐานแก้ด้วยการรำถวายแก้บนซึ่งเจ้าแม่ตะเคียนจะชอบมาก ตะเคียนคู่นี้ ถือเป็นความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวไทยที่สืบทอดกันมาเรื่องราวเหล่านี้ผู้คนได้กล่าวขานกันไว้ว่า “ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”

P50

"คลื่นทะเลเงียบสงบ พระอาทิตย์ทอแสง"








***คลื่นทะเลเงียบสงบ พระอาทิตย์ทอแสง ส่องประกายสะท้อนผิวน้ำยามเย็นที่ท่าเทียบเรือหาดบ้านเพ จ.ระยอง

P49

"เที่ยวเชียงใหม่ไปกับเธอ"





***ที่สุดของฤดูกาล คงไม่มีปีใหน ที่จะได้ใจเท่าปีนี้ เริ่มจากฤดูร้อน ก็ร้อนที่สุด ถึงฤดูฝน ฝนก็ตกจนน้ำท่วม และฤดูหนาวปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ว่าอากาศจะหนาวเย็นมากที่สุดในรอบ 30 ปี

***ฤดูหนาว ถือว่าเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวที่สุขสบายและได้อัตถรสมากที่สุด ในประเทศไทยคงไม่มีที่ใหนหนาวเกินภาคเหนือและภาคอีสาน เริ่มการเดินทางครั้งนี้จุดหมายปลายทางอยู่ที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เพื่อไปร่วมงานแต่งงาน,ที่อำเภอจอมทองแห่งนี้ มีพระธาตุจอมทอง ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นพระธาตุประจำปีเกิด ของคนเกิดปีชวด(ธาตุน้ำ)การไหว้พระธาตุประจำปีเกิดนั้น เชื่อกันว่าเป็นมงคลต่อชีวิต มีอานิสงส์สูงและจะทำให้มีอายุยืนนาน

***เริ่มจากวันแรกออกเดินทางจากระยอง ไปรับเธอ ที่พัทยา เวลา 04.45 น. และออกจากพัทยา เวลา 06.00 น. โดยรถของเธอ ตั้งเลขไมล์ระยะทางไว้ที่ 0 กม. ขึ้นมอเตอร์เวย์ ผ่านถนนวงแหวนตะวันออก และไปเจอกับคนอื่นๆที่อยุธยา บนถนนหมายเลข 32 วิ่งตามกันไปจนถึงนครสวรรค์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 1 ไปถึง อำเภอเถิน เลยตัวอำเภอเถินไปหน่อย ( จากพัทยามาถึงตรงนี้ ระยะทาง 660 กม.) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 106 มีป้ายบอกระยะทาง ไปอำเภอลี้ 50 กม. ถนนเส้นนี้มี 2 ช่องทาง เป็นถนนสายที่คดเคี้ยวที่สุด ลัดเลาะไปตามไหล่เขา ถึงตรงนี้ถนนกว้างหน่อย หยุดพักถ่ายรูปนิดหนึ่งก่อนผ่าน อ.ลี้ ไป อ.บ้านโฮ่ง และถึงอำเภอจอมทองในเวลาต่อมา

***ถนนสายนี้มีระยะทางกว่าร้อยกิโลเมตรไม่ค่อยมีรถเลย มีแต่รถเราที่ไปกันพียง 2 คันเท่านั้นสำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติและไม่รีบร้อน ถือว่าเส้นทางสายนี้ได้กลิ่นไอของธรรมชาติมากที่สุด ( ถึงแม้จะน้อยกว่า 1867 โค้ง ของ จ.แม่ฮ่องสอนก็ตาม )ด้วยระยะทาง 800 กม. กว่า ๆ พวกเราก็มาถึงรีสอร์ทที่พัก อำเภอจอมทอง เวลา 18.35 น. เข้าห้องพักที่ว่าที่เจ้าสาวจองไว้สำหรับค่าห้องพักที่นี่ ราคา 350.- บาท มี แอร์ ทีวี พร้อม รุ่งขึ้น ตั้งขบวนแห่ขันหมากไปบ้านเจ้าสาว จนพิธีแต่งงานเสร็จเรียบร้อย รับประทานอาหารที่บ้านเจ้าสาวแล้ว เดินเข้าไปชมวัด พระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ไหว้พระ เดินชมวัตถุล้ำค่า

***ซึ่งคนดูแลวัด พาเดินชมอธิบายถึงความเป็นมาต่างๆ พวกเราพากันถ่ายรูปอย่างเต็มที่ ก่อนไปสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ( ภาพนี้เป็นด้านหน้าของวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ) พอเดินออกมาจะเป็นบริเวณที่มีลานจอดรถ กว้างขวางสามารถรองรับรถนักท่องเที่ยวได้ จำนวนมาก ๆ จากที่นี่จุดมุ่งหมายต่อไปคือน้ำตกแม่กลาง

***น้ำตกแม่กลางแห่งนี้ อยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตาม เส้นทางถนนหมายเลข 1009 สายจอมทอง- ดอยอินทนนท์ ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 8 แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไป 1 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกแม่กลาง ที่นี่มีมุมสวย ๆ มากมายที่สามารถเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก เริ่มตั้งแต่ ทางขึ้นน้ำตก ไปจนถึงจุดนี้ที่ถ่ายภาพ จากจุดจอดรถเดินลงไปที่น้ำตกบริเวณนี้มีน้ำน้อย พวกเราถ่ายรูปกันบนโขดหินบ้าง บนสะพานข้ามน้ำตกบ้าง

***ออกจากน้ำตกแม่กลาง เดินทางขึ้นเขาต่อไป ตามถนน สายจอมทอง - ดอยอินทนน์ เส้นทางสายนี้ยังมีน้ำตกวชิรธาร ที่สูงและสวยไม่แพ้กัน สำหรับทางเข้านั้น อาจจะลำบากสักนิดหนึ่งถนนยังไม่ได้ลาดยาง แต่เมื่อเข้าไปถึงแล้วสวยงามมาก

***น้ำตกวชิรธาร ข้อมูลของน้ำตกแห่งนี้ มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า น้ำตกตาดฆ้องโยง เกิดจากลำห้วยแม่กลาง ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ หลักกม.ที่ 22 ถนนสายจอมทอง - ดอยอินทนนท์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 70-80 เมตร สายน้ำไหลตกจากหน้าผาลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ในยามที่แสงอาทิตย์ส่องกระทบละอองน้ำจะปรากฏสายรุ้งงดงามขึ้นเหนือธารน้ำ ตรงข้ามมีหน้าผาสูงชัน เรียกว่า “ผามอแก้ว” หรือภายหลังเรียกว่า ผาแว่นแก้ว บริเวณป้ายน้ำตกนี้ จะมีละอองน้ำสาดกระเซ็น ลงมาตลอดเวลา หันหน้าไปทางน้ำตก ด้านซ้ายมือ มีทางเดิน สามารถขึ้นไปชมน้ำตก ชั้น อื่น ๆ ได้อีกด้วย จาก น้ำตกวชิรธาร ออกรถเดินทางต่อไปตามถนนสายจอมทอง – ดอยอินทนนท์ แวะชม พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 41.5 เขาเปิดให้เข้าชมได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.(เวลาที่ปรากฎในป้ายประกาศ) บริเวณนี้มีดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิด เช่นกุหลาบป่า คล้ายกับภูกระดึง แต่สูงใหญ่กว่ามาก จนเรียกกันว่า "กุหลาบพันปี" และนี่คือดอกป๊อบปี้ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นเคยเห็นแต่ดอกไม้ประดิษฐ์ ที่เขาจำหน่ายในวันทหารผ่านศึกเท่านั้น เพิ่งเคยเห็นของจริง ก็ตอนที่มาเที่ยวชม พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ นี่เอง

***สำหรับพระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ แห่งนี้กองทัพอากาศสร้างพระมหาธาตุทั้งสององค์ขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญ พระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปี พ.ศ. 2530 และ พ.ศ. 2535 บริเวณรอบองค์พระมหาธาตุฯ ประดับตกแต่งด้วยไม้ดอกเมืองหนาวอย่างสวยงาม

***เลยขึ้นไปจากพระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ อีกหน่อย ด้านขวามือนั้นเป็นจุดชมวิว แต่ไม่ได้เข้าไป พวกเราขับรถตรงไปไม่ไกลนักก็ขึ้นมาถึง ยอดดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศไทย บนยอดเขาแห่งนี้เมื่อจอดรถแล้ว ด้านซ้ายมือ เป็นโดมเรดาร์อากาศ ของกองทัพอากาศ ด้านขวามือ เป็นทางที่เรา เดินขึ้นไป มีป้ายบอกถึงความสูงที่สุด นั้นคือ “ สูงสุดแดนสยาม “ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 2,565.3341 เมตร ยังไม่พอครับ เราเดินขึ้นไปอีกไม่ไกลนัก ก็พบ หลักหมุด ซึ่งบ่งบอกถึงความสูงที่สุดอยู่ตรงนี้ นี่เอง อากาศบนยอดดอยอินทนนท์หนาวเย็นมีเมฆหมอกครึ้มถึงแม้จะอยู่สูงที่สุด แต่เราไม่สามารถมองบรรยากาศไกลๆได้มากนัก เพราะมีต้นไม้ปกคลุม

***หลังจากขึ้นมาถึงจุดสูงสุด เที่ยวชมและถ่ายภาพจนเป็นที่พอใจแล้ว ถึงเวลาลงจากยอดดอยอินทนนท์ เพื่อไปติดต่อเรื่องที่พัก ที่ทำการอุทยานฯ ขับรถลงมาถึงจุดลาดชันและทางโค้ง (เลย พระมหาธาตุนภเมทนีดล และ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ไปหน่อย) ตรงจุดนี้มีป้ายเตือนช่วงขาขึ้นว่า “ ระวังคลัชไหม้ ” ส่วนขาลงนั้น “ ระวังเบรกไหม้ ” และรถปิคอัพของเราที่ลงเร็ว ใช้เบรกนาน เบรกก็ไหม้ไปตามระเบียบ แต่โชคดี ที่บริเวณนั้นมีจุดพักรถ พวกเราต้องเสียเวลารอจนเบรกเย็น กว่าจะลงมาถึงที่ทำการ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ก็เย็นมากแล้ว ติดต่อที่พักเสร็จ เขาให้ไปพักที่ สวนสน ซึ่งเป็นสถานที่ ที่มีเต้นท์หลังใหญ่ๆ ของอุทยานฯเขากางไว้ แต่พวกเรานำเต้นท์ไปกางเอง ที่สวนสนแห่งนี้ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น ก๊อกน้ำ ไว้สำหรับล้างถ้วยชาม หรือใช้ประโยชน์อื่นๆ มีห้องน้ำหลายห้อง และ ถ้าทนหนาวไม่ไหว ก็มีผ้านวมให้เช่า ในราคา 2 ผืน 100 บาท

***ยามดึกๆ ที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์แห่งนี้ หนาวสุด ๆ แต่การผิงไฟหรือเข้าไปนอนในรถ ช่วยให้หายหนาวได้พอสมควรวันรุ่งขึ้น ตื่นเช้า 9 โมงกว่าๆ ลงไปรับประทานอาหารที่อำเภอจอมทองก่อนจะไปเที่ยวบ่อน้ำพุร้อนสันกำแพง ทางไปน้ำพุร้อนสันกำแพงนั้น สวยงามไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยว เพราะมีทุ่งนาที่เขียวชะอุ่ม เกือบตลอดเส้นทาง งดงามจริงๆ กับธรรมชาติ ในฤดูหนาว

***ที่น้ำพุร้อนสันกำแพงแห่งนี้ เมื่อมาถึงทางเข้าซื้อบัตรผ่านประตูก่อน ราคา 30 บาท/คน ด้านหน้ามีไข่ไก่ใส่ตระกร้าเล็กๆ ขายชุดละ 20 บาท สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้นำไข่ไปแช่น้ำร้อน ที่ขอบบ่อน้ำร้อนนี้มีตะขอไว้สำหรับแขวนตะกร้าไข่ แต่กว่าจะสุกก็นานพอสมควร เดินชมไปเรื่อยๆ ดูน้ำพุร้อนที่พวยพุ่งขึ้นไปสูงพอสมควร น้ำที่หล่นลงมานี้ก็จะไหลไปตามรางน้ำ ระดับความร้อนพอทนได้ มีนักท่องเที่ยว นั่งเอาขาแช่น้ำจำนวนมาก พวกเขาบอกว่าสามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้ด้วย บางคนก็เข้าไปอาบน้ำร้อนในห้องที่เขามีไว้บริการ พวกเรานั่งพักผ่อนรับทานอาหารที่นี่เรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางจากน้ำพุร้อนสันกำแพงไปต่อที่ถนนคนเดินตัวเมืองเชียงใหม่ เดินซื้อหาข้าวของเครื่องใช้ และของที่ระลึกได้ที่นี่ เสร็จแล้วกลับไปพักที่อำเภอจอมทอง อีกหนึ่งคืน ก่อนเดินทางกลับระยองในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น “เที่ยวเชียงใหม่ไปกับเธอ” ครั้งนี้กลับถึงพัทยา และระยองโดยสวัสดิภาพ เมื่อเราและเธอช่วยกันขับรถ

P48

"พระอาทิตย์ตกที่เขาแหลมหญ้า"





***สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ บรรยากาศดีๆ ของระยองนั้นมีหลายที่ที่สวยงาม วันนี้จะพาไปดูพระอาทิตย์ตกกันนะค่ะ อาจจะไม่สวยเท่าแหลมพงศ์เทพ แต่นี่คืออีกมุมหนึ่งของขาแหลมหญ้าจังหวัดระยองที่เป็นจุดชมวิวสวยๆ ที่คนระยองเองอาจชินตาและบรรยากาศแบบนี้เราทุกคนก็สัมผัสได้ ไม่ใช่เรื่องยาก หากแต่ว่าราหาเวลาว่างสักนิดในช่วงสุดสัปดาห์พาครอบครัวไปตั้งแคมป์ที่ “อุทยานเขาแหลมหญ้า” เพื่อเสริมสร้างสายรักในครอบครัว ตื่นมายามเช้าอากาศดีเดินออกกำลังกายสักหน่อยเราก็จะมาถึงจุดชมวิวแล้วก็มาชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าดว้ยกันหรือถ้าใครอยากสร้างบรรยากาศให้โรแมนติก ก็นี้เลยชมพระอาทิตย์ตกยามโพล้เพล้ คอนเฟิร์มได้เลยว่าสวยมากๆ นี่ไม่ใช่ราคาคุย แตถ้าอยากรู้ต้องมาพิสูจน์เองนะค่ะ

P47

"เรื่องเล่าดี ๆ ผ่านโปสการ์ด"





***เราหลายๆคนอาจลืมความรู้สึกกระดี้กระด้า เมื่อมีโปสการ์ดส่งมาถึงเรา อาจเป็นเพราะในปัจจุบันนี้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง Fackbook ,Hi5 ,Twitter และอื่นๆ ที่เข้ามาในชีวิตของเรามากมายหลายอย่างทำให้ เรามองข้ามสิ่งเล็กน้อยที่มีค่ามากมายทางความรู้สึก อย่าง โปสการ์ด,จดหมาย และโทรเลขที่ต้องโบกมือลาเพื่อนร่วมชะตาไปอย่างไม่มีวันกลับ ส่วนจดหมายเราก็ส่งกันน้อยลง มาพูดถึงโปสการ์ดกันดีกว่า ยังจำได้ไหมตอนที่เราไปตั้งแคมป์ตามอุทยานในสมัยที่เราเป็นวัยรุ่น แต่ตอนนี้ก็.....ก็ ....วัยรุ่นนะ(รุ่นไหนหว่า....ช่างเถอะไม่ต้องคิดมาก) การส่งโปสการ์ดถึงตัวเองแล้วก็เพื่อนร่วมแก๊งค์ที่ไปด้วยกัน เรามักจะฝากให้ทางอุทยานเขาส่งมาให้เราพร้อมกับประทับตราประจำอุทยานแต่ละแห่งที่เราไปเที่ยว ความรู้สึกเหล่านี้คาดว่าหลายคนคงจะเคยสัมผัส ความรู้สึก และรอยยิ้มเมื่อได้รับ บางภาพอาจเดินทางมาไกลจากต่างประเทศ บางภาพก็อยู่ต่างจังหวัด แต่บางภาพก็อาจเป็นโปสการ์ดทำมือ ถ่ายเองทำเอง ภาพนี้สิยิ่งมีคุณค่าต่อความรู้สึกทั้งผู้ให้และผู้รับ ถึงแม้มันอาจดูไม่มีค่ามากมายแต่คุณค่าทางความรู้สึกมันมีมากกว่าที่คุณคิด แล้วปีนี้คุณส่งสิ่งดีๆ ที่เรียกว่าโปสการ์ดให้กับเพื่อนของคุณหรือยัง

P46

"เจ้าบ่าวงอแง เจ้าสาวนับแบ๊งค์…"







***งานแต่งของ ด.ญ.ญาณี พัดขุน (ใบบัว) และ ด.ช.คณิศร จงแจ้งกลาง(บิ๊กบิ๊ก) สองเด็กแฝด วัย 2 ขวบเศษ ที่เข้าพิธีมงคลสมรส เพื่อแก้เคล็ดตามความเชื่อแบบโบราญ ที่แฝดชายหญิงเป็นเนื้อคู่กันจึงมาเกิดพร้อมกัน และระหว่างกำลังเข้าพิธีนั้น เจ้าบ่าวก็ร้องให้จ้า ด้วยความหิวและง่วงนอนตามประสาเด็กเล็ก แต่เจ้าสาวที่นั่งรออยู่นั้นกลับนั่งนับแบ๊งค์ ที่นางสาวอัจฉรา พัดขุน มารดาส่งให้ด้วยความเพลิดเพลิน และกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย ท่ามกลางช่างภาพ และแขกที่มาร่วมงานต่างรอคอยให้อารมณ์ของเด็กสงบนิ่ง โดยมีคุณปู่ และคุณพ่อเข้าปลอบขวัญให้หายงอแง ... นี่หละหนอเด็กน้อยที่เกิดจากความรักแท้ที่ยั่งยืนของพ่อแม่

P45

"ขันหมากมาแล้ว …"





***เรื่องราวของความเชื่อเรื่องเด็กแฝดชายหญิง ที่อาจเป็นเนื้อคู่กันในอดีตนั้น เป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ แต่หากความเชื่อนั้นส่งผลในด้านความปิติยินดี บังเกิดความสบายใจแก่ครอบครัวเด็กแฝด ที่บ้านคลองสอง ต.พลงตาเอี่ยม อ.วังจันทร์ จ.ระยอง นายทองหล่อ พัดขุน อายุ 63 ปี คุณปู่ จึงมีความยินดีที่จะจัดงานแต่งงานให้แก่หลานฝาแฝดของตนเอง คือบิ๊กบิ๊ก และใบบัว คุณปู่ผู้รักหลานยิ่งแก้วตาดวงใจ ที่ไม่อยากให้หลานคนใดต้องพัดพรากจากกันไปก่อนวัยอันควร จึงจัดงานแต่งหลานวัย 2 ขวบเศษ แก้เคล็ด ตามความเชื่อแบบโบราณ ที่สืบทอดกันมา งานนี้มีพิธีสงฆ์ ขบวนขันหมาก หลั่งน้ำประสาทพร และงานเลี้ยงรับประทานอาหารกลางวันเพื่อขอบคุณแขกเหรื่อที่ร่วมงานกันอย่างพร้อมเพียง จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ย.53 โดยนาย เวรัชช์ ธาราสมบัติ นายอำเภอวังจันทร์ พร้อมด้วย นายมนัส สมศักดิ์ ส.อบจ.เขต อ.วังจันทร์ร่วมเป็นสักขีพยาน และกล่าวแสงความยินดี กับเจ้าบ่าว เจ้าสาวอีกด้วย

P44

"พิธีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ"






***ในวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุกปี (ขึ้น 15 ค่ำเดือน 12) ซึ่งตรงกับวันลอยกระทง จังหวัดระยองได้จัดให้มีพิธีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางแม่น้ำระยอง บริเวณ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง
***องค์เจดีย์ที่สร้างมากว่า 130 ปี ในสมัยรัชกาลที่ 4 นั้น เป็นการริเริ่มของพระยาศรีสมุทโภคไชยโชคชิตสงคราม(เกตุ ยมจินดา) เจ้าเมืองระยอง ผู้ริเริ่มก่อสร้าง เพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งดวงใจของชาวประมงระยอง ไม่ให้หลงทิศทางแห่งท้องทะเลที่เวิ้งว้าง เมื่อออกประกอบสัมมาอาชีพ ทันทีที่หันหัวเรือออกจากฝั่งสู่ท้องทะเล และกลับเข้ามายังมองเห็นองค์พระเจดีย์เป็นสัญลักษณ์ และผ้าสีแดง ที่ห่อหุ้มองค์นั้น มองเห็นโดดเด่นแต่ไกล ช่วยบอกว่าถึงตำแหน่งเขตเรือนเหย้า ที่มีครอบครัว หมู่ญาติมิตรที่รออยู่นั้น ด้วยองค์พระเจดีย์นี้ถือเป็นสถาปัตยกรรมอันวิจิตร และงดงามด้วยคุณแห่ง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ศูนย์รวมดวงใจทุกคืนวัน เมื่อถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองเวียนมาในทุกปี จึงได้มีการจัดพิธีห่มผ้าพระเจดีย์กลางน้ำ ในตอนเช้าถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ และเมื่อตกค่ำพระจันทร์ลอยเด่นเต็มดวง ก็ได้มีการจัดงานลอยกระทง เพื่อเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา และขอพรต่อสายน้ำ ที่ช่วยหล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ทุกชีวิตบนโลกให้อยู่ยั่งยืนด้วยสายน้ำหล่อเลี้ยงชีวิต
***ปัจจุบัน เจดีย์กลางน้ำ แห่งนี้ได้อยู่ภายใต้การดูแลของวัดปากน้ำ และเทศบาลนครระยอง เปิดให้ประชาชนทุกคนได้เข้าชมเพื่อศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต ของอาชีพประมง และเป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลน ของจังหวัดระยอง




P43

"หนูน้อย ทรหด"






***เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 53 วันแม่แห่งชาติ กลุ่มอนุรักษ์จักรยานหมู่ 6 ตำบลทับมาและกลุ่มจักรยานในจังหวัดระยอง
ร่วมปั่นจักรยาน เทิดพระเกียรติ ระยะทางกว่า 23 กม. หนูน้อยคนนี้ก็ไปกับพ่อด้วย โดยนั่งบนเฟรมหรือตัวถังรถจักรยาน แบบนี้ก็มีด้วยหนูช่างทรหด อดทน จริงๆ



P42

"กิจกรรมดีดี ที่ระยอง"





***การเก็บขยะ บริเวณ ชายหาด ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ของจังหวัดระยอง เป็นหนึ่งในกิจกรรม ที่หลายองค์กรจัดขึ้น บ่อยครั้ง เพราะนอกจากจะได้ความงดงามของธรรมชาติ กลับคืนมา การเก็บขยะชายหาดนั้น ยังได้ความร่วมไม้ร่วมมือ ความร่วมแรงร่วมใจ การเสียสละ และน้ำใจไมตรี ของผู้ร่วมกิจกรรม ที่สำคัญ การเก็บขยะและร่วม ทำความสะอาดชายหาด ยังเป็นสัญญาณเตือนให้คนที่ทำร้ายธรรมชาติ หยุด และสำนึก ว่า คุณต้องหยุดการทำร้ายทำลาย ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งขยะ ตัดต้นไม้ หรือกิจกรรมอื่นใดที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อทรัพยากรธรรมชาติ เพราะยังมีคนอีกมากมายที่ยังรักและหวงแหนธรรมชาติ ....

P41

"เม้าท์แบบโหด ที่มาบตาพุด"





***เม้าท์แบบโหด ที่มาบตาพุด เหตุเกิด เมื่อวันที่ 01 กันยายน เวลา 07.50 น.โดยประมาณ เกิดไฟไหม้รถเก๋ง จำยี่ห้อไม่ทัน บริเวณก่อนถึงสี่แยกไฟแดง TUNTEX ขาเข้าPTTCHEM I-4 ข้อมูลเบื้องต้น รถเก๋งไม่ได้ติด GAS NGV ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีแต่รถเสียหายไฟไหม้ทั้งคัน เจ้าของรถชื่อ นาง พัชรินทร์ สุวรรณหงส์ (ตำแหน่ง ผจก.ฝ่ายบริหาร) บ.อีสเทริร์น ฟลูอิด ทรานสปอร์ต จำกัด สาเหตุทาง F/M (I-4) ได้สอบถามเจ้าของรถ แจ้งว่าได้ไปติดตั้งเครื่องเสียงมาใหม่ เกิดจากระบบไฟลัดวงจรเนื่องจากฟิวส์ไม่ตัดไฟ เบื้องต้นเวลา08.00 มีพนักงานได้เข้ามาแจ้งที่อาคารดับเพลิง I-4 F/C ได้จัดรถดับเพลิงและ Foam truck พร้อมรถน้ำสายวารินออกไประงับเหตุ โหดไม่โหดไม่รู้ แต่อยากบอกให้ดู และระมัดระวัง โดย กลุ่มคนหลายคลื่น1.บัณฑิต นันท์ตรี2.รจนา นันท์ตรี3.จรารัตน์ แพทย์ประพันธ์

P40

"ราชนาวีระยอง เรารักคุณ"









***เย็นๆของวันที่มีการแข่งฟุตบอลที่สนามกีฬากลาง จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาต่างวัย ต่างอาชีพใส่เสื้อทีมราชนาวีระยอง ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันนั่นคือมาเชียร์ทีมรักของตัวเอง แม้ว่าตอนนี้ทีมต้องดิ้นรนหนีการตกชั้น แต่แฟนบอลก็ยังมาเชียร์กันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เสียงเชียร์จากทุกท่านมันเหมือนเสียงสวรรค์ที่เป็นกำลังใจให้เหล่านักเตะผู้กล้าของเราทั้ง 11 คนเตะแบบถวายหัวเพื่อให้ทีมได้อยู่รอดในไทยพรีเมียร์ลีกต่อไป สุข สมหวัง เสียดาย เสียใจ เป็นของคู่กันกับการเชียร์ฟุตบอล แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราก็จะตามไปเชียร์กันต่อไป เรารู้ว่าคุณทำได้ ลุยเข้าไปสาวกนิลมังกร ราชนาวีระยอง



วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

P39

"ลูกน้ำเค็ม"






***ทำกินถิ่นไทย- ทะเลอันกว้างใหญ่ไพรศาล ปลาน้อยใหญ่กระโดนโลดเต้นเล่นน้ำอย่างสำราญ แต่ต้องมาสิ้นฤทธิ์เฒ่าพรานทะเลวัยเกษียณ ฝีมือระดับเซียนหากินด้วยลำแข้งของตน แม้นจะอายุมากเหมือนไม้ใกล้ฝั่ง แต่ไม่เคยสิ้นหวังไม่เคยหยุดนิ่ง เพราะสิ่งที่เกิดมากับคำว่า "ลูกน้ำเค็ม" ได้ปลามากน้อยแค่ไหนก็ยังภูมิใจในสิ่งที่หามา แม้นจะน้อยค่าถ้าเปรียบเงินตราของผู้คนอีกมากมายที่จับจ่ายใช้สอยในสังคมปัจจุบัน

P38

"นักกีฬาทีมชาติ"





***ทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตนเองนั้นเคยเป็นเด็กมาก่อน ความฝันของเด็กๆทุกคนมักอยากที่จะเป็น "ฮีโร่" หรือ "ยอดมนุษย์ผู้ผดุงความยุติธรรม" ความเพ้อฝันเหล่านั้นเป็นจริงไม่ได้ แต่สิ่งที่เป็นจริงได้ก็คือ "การเป็นยอดนักกีฬาทีมชาติ" ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ อยู่บ้านนอกหรืออยู่ในตัวเมือง รวยหรือจน หรือแม้แต่กระทั่งคนพิการ หากคุณมีใจที่เข้มแข็ง มีการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างสม่ำเสมอ คุณก็มีสิทธิ์ที่จะเป็น"ยอดนักกีฬาทีมชาติ" ดูตัวอย่างเด็กหญิงในภาพ ท่ามกลางสายตาจากเพื่อนๆที่จดจ้อง ส่งแรงใจเป็นพลังไปให้เธอสามารถกระโดดผ่านเครื่องขีดขวางได้ อนาคตของเธอจะต้องเป็น "นักกีฬากระโดดสูงทีมชาติ" ได้แน่ๆ แล้วพวกคุณล่ะคิดเหมือนผมมั๊ย?

P37

"ชาวบ้านฉางเมืองฮิ..แตกตื่นผีกระสืออาละวาด!! ด็กกลัวขวัญผวาอาจารย์ดังเตือนระวังสติแตก.. "





*** เรื่องราวของความเชื่อส่วนบุคคล..ชาวบ้านร้านค้ากลุ่มหนึ่งในหมู่บ้านห้วยมะหาด-เขาภูดร หมู่ 7 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ว่า ขณะนี้ชาวบ้านฉางต่างพากันหวาดผวา “ผีกระสือ” อาละวาด และเชื่อกันว่า..กระสือ เป็นผีชนิดหนึ่งที่ถือว่าเข้าสิงในตัวผู้ หญิงและชอบกินของโสโครก คู่กับ "กระหัง" ซึ่งเข้าสิงในตัวผู้ชาย กระทั่งข่าวแพร่สะ พัดเรื่องผีกระสืออาละวาดไล่ฟัดสัตว์ปีกในเล้าไก่ตาย แพร่กระจายไปทัวหมู่บ้าน..

*** ชาวบ้านฉางลือผีกระสืออาละวาดแพร่กระจาย ปรากฏว่า มีชาวบ้านพบเห็นผีกระสือในช่วงกลางคืน เวลา 02.00- 03.00 น.แทบทุกคืน สร้างความหวาดผวาให้กับลูกเด็กเล็กแดงชาวบ้านร้านค้าต่างกลัวกระสือไม่กล้าออกจากบ้านหลังจากตะวันลับฟ้า ส่งผลให้ชาวบ้านต้องหาทางป้องกันแก้ไขเกี่ยวกับเรื่องผีกระสือ พร้อมสั่งห้ามไม่ให้เด็กเล็กออกนอกบ้านในเวลากลางคืนอย่างเด็ดขาด หากหมู่บ้านไหนไม่เชื่อก็ตามใจ พวกเราไม่ได้งมงาย!! แต่เป็นการป้องกันและเตรียมหาหนามไฝ่และแหไว้เหวี่ยงทอดครอบกระสือกันแล้ว เพราะที่ผ่านมา ชาวบ้านพบเห็นกระสือลอยวับว๊าบ ๆ เข้าไปตามบ้านและเล้าไก่ หลังจากนั้นพอรุ่งเช้าไปดูก็แจอซากไก่-และเป็ดถูกกัดกินไส้อย่างนี้เป็นประจำ

*** นายอุดม แสงเทียนชัย อายุ 57 ปี ชาวบ้านร้านค้าหมู่บ้านภูดร-ห้วยมะหาด หมู่ 7 ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เล่าให้ทีมข่าวนสพ.จันทร์ฮอตนิวส์ฟังว่า เมื่อสมัยหนุ่มๆตนเคยใช้สุ่มไก่ช่วยกันไล่ครอบผีกระสือ เมื่อประมาณ 40 ปีมาแล้วที่บ้านนอก จนกระทั่งพบเรื่องราว..ผีกระสือตัวเป็นๆอาลาวาดในหมู่บ้านภูดร-ห้วยมะหาดของเรา!! และคนโบ ราณครั้งปู่ย่าตายายได้เคยเล่าต่อกันมาว่า กระสือเป็นผีชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าสิงสู่อยู่ในตัวของคนเพศหญิงซึ่งโดยมากมักเป็นยายแก่ ชอบกินของสดๆคาวๆ มักจะออกหากินเวลากลางคืน และไปแต่หัวกับตับไตไส้พุง ส่วนร่างกายคงทิ้งไว้ที่บ้าน เวลาไปไหนจะเห็นเป็นดวงไฟดวงโตมีแสงสีเขียวเหลืองวามๆ

*** ถ้าหากบ้านใครคลอดลูกใหม่ๆ มีกลิ่นสดคาวของเลือดจะชักนำให้ผีกระสือมา และลอยเข้าไปกินตับไตไส้พุงของหญิงที่คลอดลูก หรือรกเด็กแรกคลอด ล่าสุด..ไก่ในเล้าหายแทบทุกวันต่างช่วยเฝ้าคอยดู ปรากฏว่า ชาวบ้านเห็นแสงไปแว๊บวาบๆ ลอยมาในที่มือแล้วหวลเข้าไปในเล้าไก่ พอรุ่งเช้าพบว่าไก่ตายถูกกัดกินเหลือแต่ซี่โครงและขนปีกกระจายเกลื่อน ต่างปักใจเชื่อกันว่าเป็นผีกระสือแน่นอน จึงช่วยกันตัดหนามไม้ไฝ่และหนามพุทราสะ นำมาล้อมไว้บริเวณรอบบ้านและใต้ถุนเรือนที่มีร่องรูตามพื้นต่างๆ เพื่อป้องกันมิให้กระสือเข้ามาได้ ต่างเชื่อว่ากระสือกลัวหนามเกี่ยวไส้ทำให้มันไม่กล้าเข้ามา*** ดังนั้น นอกจากของสดของคาวแล้ว กระสือยังชอบของโสโครกเช่นอุจจาระเป็นต้น เมื่อกินเสร็จแล้วเห็นผ้าของใครตากทิ้งค้างคืนไว้ก็เข้าไปเช็ดปาก ผ้านั้นจะปรากฏเป็นรอยเปื้อนดวง ๆ ถ้าเอาผ้านั้นไปต้มกระสือจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนปากทนไม่ไหวจนต้องมาขอร้องไม่ให้ต้มต่อไป กระสือนั้นเมื่อเจ็บจวนจะตายก็ไม่ตายง่าย ๆ ต้องคายน้ำลายของตนถ่ายเข้าปากลูกหลานคนใดคนหนึ่งไว้ให้สืบทายาทเป็นกระสือต่อก่อน ตนจึงจะตายได้โดยไม่ต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไป การปราบกระสือนั้น ไม่สามารถไล่ผีที่มาสิงสู่ออกจากร่างเหยื่อได้ ว่ากันว่าวิญญาณนั้นได้หยั่งลึกลงในใจของคนๆ นั้นแล้ว ฉะนั้น!! การปราบกระสือก็เท่า กับต้องฆ่าคนๆนั้นไปเลย

*** ด้านยายเขียว พันนาม อายุ 82 ปี อดีตหมอตำแยสมัยโบราณ เดิมเป็นคนอยู่ป่าดงดิบมาก่อน เล่าให้ทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์ฟังว่า..เมื่อครั้งที่ยายเป็นเด็กเคยเห็นครอบครัวหนึ่ง ซึ่งอยู่กันพร้อมทั้งหน้าพ่อ-แม่และลูก โดยอยู่มาวันหนึ่งในตอนกลางคืน ผู้เป็นพ่อได้ออกไปธุระข้างนอกบ้าน ผู้เป็นแม่ปิดประตูอยู่ในห้อง แล้วนางก็หยิบเอาขวดน้ำมันมนต์มาทารอบคอ สักพักหัวกับตัวของนางก็แยกออกจากกันโดยมีตับไตไส้พุงห้อยติดออกมาด้วย เวลาที่ออกหากินจะเห็นเป็นแสงสีเหลือง และมีเสียงดังดุจลมพัดตลอดเวลาที่นางลอยไปเพื่อขับไล่สัตว์เล็กสัตว์น้อยที่จะเข้ามายุ่งกับพวงไส้ของนาง

*** หลังจากนั้น ผู้เป็นลูกเคยแอบเห็นแม่ทำจึงลองเอาน้ำมันมนต์ของแม่มาลองทาดูบ้าง ขณะที่หัวกำลังจะแยกออกจากตัว เด็กน้อยเกิดกลัวจนร้องโวยวายออกมาว่า "ช่วยด้วย หัวของฉันกำลังจะหลุดออกจากตัวแล้ว" จนชาวบ้านละ แวกนั้นได้ยินกันทั่ว แต่ไม่มีใครกล้าเยี่ยมหน้าเข้ามาให้ความช่วยเหลือ กระทั่งหัวของผู้เป็นแม่ลอยกลับมา เสียงร้องโวยวายก็เงียบลง หลังจากวันนั้น ครอบครัวนั้นก็ย้ายหนีไปจากที่นั่น และไม่มีใครได้พบเห็นอีกเลย กระทั่ง ปรากฏว่า มีข่าวแพร่สะพัดชาวบ้านร้านค้าลูกเด็กเล็กแดงต่างพากันหวาดกลัวผีกระสืออาละวาดกินเป็ดไก่ ได้เกิดขึ้นที่หมู่บ้านเขาภูดรแล้ว

*** โดยครั้งสมัยโบราณ เมื่อบ้านใดมีหญิงตั้งครรภ์ ชาวบ้านมักจะเชื่อกันว่า กระสือจะ ต้องไปที่บ้านหลังนั้น เพื่อกินรกเด็กอย่างแน่นอน จึงมักนำปลายไม้แหลมๆ และหนามไฝ่มาล้อมบ้านไว้ป้องกันผีกระสือเข้ามาบริเวณบ้านคลอดลูก เพราะเชื่อว่า เป็นสิ่งที่กระสือกลัวและเกลียดมากที่สุด เพราะเมื่อใดที่กระสือนั้นเข้าไปใกล้สิ่งของแหลมๆเหล่านั้น ไส้อันระโยงระยางของมันจะไปเกี่ยวกับไม้ และเป็นการยากที่จะไปได้เลย

*** ทางด้าน พระสุพรรณ(อนุตุตโร) หรือ(อาจารย์พระเตี๊ย) อายุ 61 ปี ศิษย์ก้นกุฏิอา จารย์ชื่อดังทางภาคตะวันออก แห่งวัดเขาภูดรนิ่มเสนาะ หมู่ 7 บ้านภูดรห้วยมะหาด ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง หลังจากทราบว่า..ชาวบ้านร้านค้าหมู่บ้านเขาภูดร-ห้วยมะหาด ต่างพากันแตกตื่นเรื่องผีกระสืออาละวาด..ทำให้ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วสารทิศ!!และบรรดาลูกเด็กเด็กแดงต่างหวั่นวิตกกังวลกลัวกันมาก ไม่กล้าจะออกไปไหนในเวลากลางคืน ต่างปักใจเชื่อกันว่าผีกระสือจริงๆ เกี่ยวกับเรื่องผีกระสือ อาตมา..ขอฝากเตือนประชาชนชาวบ้านร้านค้าอย่าตื่นตนกเกินไป จะทำให้เสียสติได้!! ถ้าหากกลัวมากให้ไปรดน้ำมนต์ที่วัดฯ และขอวัตถุมงคลไว้แขวนป้องกันเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจได้ เผื่อจะได้หายหวาดผวากันไปได้บ้าง? อาตมาไม่ได้ห้ามให้เชื่อ!! แต่เตือนสติว่า..อย่างมงายจนเกินไป ยุคนี้กับเมื่อสมัยก่อนนั้นจะแตกต่างกันมากนะโยม ควรเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ!! เจริญพร...

*** อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์รายงานเพิ่มเติมว่า ความเชื่อเรื่องกระสือนี้มีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของคนไทยโบราณและปัจจุบันหลายประการด้วยกัน เป็นต้นว่า 1.ผลกล้วยที่แกร็นทั้งเครือ จะเรียกว่า"กล้วยกระสือดูด" 2.คนตะกละกินหรือคนที่กินอย่างสวาปาม จะเรียกว่า "คนตะกละเหมือนผีกระสือ" หรือ "คนกินเหมือนผีกระสือ" 3.โคมชนิดหนึ่งซึ่งมีที่เปิดปิดไฟได้และมีแว่นฉายแสงไปได้วาบ ๆ เรียกว่า "โคมตาวัว" หรือ "กระสือ" 4.ไพลชนิดหนึ่งซึ่งเรืองแสงได้ในที่มืด เรียกว่า "ว่านกระสือ" อย่างไรก็ดีเกี่ยวกับเรื่องผีกระสือ ถือเป็นความเชื่อเฉพาะบุคคลเท่านั้น เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ อะไรได้ ส่วนตัวตนจะเป็นคนที่ไม่ค่อยจะเชื่อเรื่องผีสางหรือไสยศาสตร์มากนัก แต่เมื่อมาเจอเห็นกับตาเอง ก็ถึงกับอึ้งไปเหมือนกัน แต่ก็อย่างมงายเกินไป นะขอรับ !?!

P36

"เสี่ยชาญเจ้าของปั้มน้ำมันปตท.บ้านฉางเจ๋ง รับโล่รางวัลเหรียญทองปั้มบริการยอดเยี่ยม"






*** ปัจจุบัน พบว่าสถิติการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยนั้น ปรากฏว่า..มีผู้บาดเจ็บและเสีย ชีวิตเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับคนเดินเท้า คนขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ซึ่งสาเหตุของปัญหานั้นเกิดจาความประมาณพลาดพลั้ง ขาดความรู้ ความเข้าใจในการใช้รถยนต์ถนน ไม่ศึกษากฎจราจรให้ถ้วนถี่ รวมทั้งการดื่มสุราและของมึนเมาแล้วมาขับขี่ ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินเป็นมูลค่ากว่าหนึ่งพันล้านบาทต่อปี ทำให้ประเทศชาติต้องสูญเสียงบประมาณและทรัพยากรมมนุษย์ไปโดยใช่เหตุ จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกันรณรงค์เพื่อลดอุบัติเหตุ

*** ทีมข่าว นสพ.จันทร์ฮอตนิวส์ อาสาพาไปพบ..เสี่ยชาญ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้จัดการ เจ้าของปั้มน้ำมันปตท.บ้านฉาง(หจก.ชัยบราเดอร์พา ราวู๊ด) คนดีมีน้ำใจท่านหนึ่ง อยู่เลขที่ 84/3 หมู่ 1 ถนนสุขุมวิท ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เป็นปั้มน้ำมันที่บริการดีเยี่ยม มีที่จอดพักหยุดรถโดยสารประจำทางต่างๆ ทั้งห้องน้ำสะอาดดีจริงๆ กระทั่งได้รับโล่รางวัลยอดเยี่ยมแห่งปี โดย..เสี่ยชาญ ชัยเลิศวณิชกุล หจก.ชัยบราเดอร์พาราวู๊ด(ปตท.) ได้รับรางวัลชนะเลิศ (ประเภทส้วมสาธารณะในสถานบริการปั้มน้ำมันเชื้อเพลิง จากการประกวด“ส้วมสาธารณะดีเด่นระดับจังหวัดระยอง ประจำปี 2550” สม ควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จาก..นพ.วิวัฒน์ วิริยะกิจจา สาธารณสุขจังหวัดระยอง และนายพลวัติ ชยานุวัชร ผวจ.ระยอง ต่อมา ได้รับโล่รางวัลยอดเยี่ยม จาก..ศูนย์อนามัย ที่ 3 ชลบุรี กรมอนามัย กระทรวงสาธารณะ ได้มอบโล่รางวัลส้วมดีเด่นระดับเขต ปี 2550 ประเภทส้วมสาธารณะ ในสถานีบริการน้ำมัน จาก..นพ.ชัยพร พรหมสิงห์ ผอ.ศูนย์อนามัยที่ 3 ชลบุรี และได้รับโล่รางวัลสถานีบริการดีเด่น 2550 ส่วนขายภาคกลาง หจก.ชัยบราเดอร์พาราวู๊ด จาก..นายชัยวัฒน์ ชูฤทธิ์ รองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจน้ำมัน บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน)

*** นายชาญ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้จัดการ เจ้าของปั้มน้ำมัน ปตท.บ้านฉาง (หจก.ชัยบราเอร์พาราวู๊ด) เปิดใจกับทีมข่าวว่า..ปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตรถ ยนต์ได้มีการพัฒนาก้าวหน้าไปมาก ทำให้เครื่องยนต์เผาผลาญเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอีกหลายปัจจัย หลายวิธีและเทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยให้ประหยัดพลังงาน ในการเดินทางได้มากกว่าเดิม ด้วยการเติมน้ำมันอย่างประหยัด ใช้รถยนต์อย่างคุ้มค่า ใช้แผนที่ประกอบการเดิน ทาง เพื่อเลือกทางที่ใกล้ที่สุด หรือใช้เวลาน้อยที่สุด ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานหรือลดความสิ้น เปลืองของเชื้อเพลิง คิด..ก่อนเดินทาง คิดถึงความจำเป็นในการเดินทางแต่ละครั้ง เพื่อลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น และวาง แผนก่อนเดินทางไกล หาเพื่อนร่วมทางเดียวกันเพื่อความประหยัด หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลาเร่งด่วน หรือช่วงเทศ กาลวันหยุดติดต่อกันหลายวัน

*** สำหรับ โชว์เฟอร์ควรรู้จักการขับรถเดินทางให้ปลอดภัยและประหยัดมันมันกันดีกว่า การบำรุงรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพดี ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง และไส้กรองอากาศอย่างน้อยทุกๆ 5,000 กม. เพื่อให้การเผาไหม้ในเครื่องยนต์มีความสมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งทำให้ไม่สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อ เพลิง ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุกๆ 5,000 กม.(หรือ 10.000 กม. ถ้าใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์) ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์,น้ำมันเฟืองท้าย,น้ำมันเบรก,น้ำยาหม้อน้ำทุกๆ 30,000 กม. หรือ 1 ปี ตรวจสอบน้ำมันเครื่อง ระดับน้ำในแบตเตอรี่ รอยรั่วในระบบน้ำมันเชื้อเพลิง หากพบสิ่งผิดปกติ ให้ดำเนินการซ่อมหรือเปลี่ยนโดยเร็ว ปรับปรุงสมรรถนะของรถยนต์ตลอดเวลา จะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงร้อยละ 3-9 ควรตรวจสอบเดินเบาของเครื่อง ยนต์ รอบเดินเบาที่เหมาะสมจะอยู่ระหว่าง 750-850 รอบ/นาที หรือในระดับที่เครื่องยนต์ทำงานเงียบที่สุด

*** นายชาญ ผู้จัดการปั้มน้ำมันปตท.บ้านฉาง กล่าวทิ้งท้ายว่า..ขับรถอย่างถูกวิธี ไม่ควรเร่งเครื่องยนต์ก่อนออกรถ เพราะเร่งเครื่องก่อนออกรถทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันโดยไม่จำเป็น ไม่ควรติดเครื่องยนต์ขณะจอดรถคอย ขับรถที่ความเร็วเหมาะสม 60-80 กม./ชม. น้ำมันจะถูกเผาผลาญมากขึ้นประมาณ17 %ใช้เกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็วรอบเครื่องยนต์ หลีกเลี่ยงการใช้เบรกโดยไม่จำ เป็น เพราะจะทำให้อายุการใช้งานของเบรกสั้นลง และสิ้นเปลืองน้ำ มันโดยไม่จำเป็น ไม่บรรทุกสิ่งของเกินพิกัด ตรวจ เช็ครถยนต์ตามระยะที่กำหนด เพื่อเป็นการบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆไม่ให้สึกหรอ และสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย ไม่สิ้นเปลืองน้ำมัน หลีกเลี่ยงสภาพถนนที่ไม่ดี ทำให้เกิดการสูญเสียน้ำมันเพิ่มขึ้น ใช้เชื้อเพลิงและหล่อลื่นที่เหมาะสม ใช้น้ำมันให้ถูกชนิด น้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนสูงกว่าความต้องการของรถ นอกจากจะแพงแล้วยังไม่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มต่อเครื่องยนต์อต่อย่างใด เลือกใช้ผลิต ภัณฑ์ล่อลื่นที่มีคุณภาพจากบริษัทผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือและวางใจได้ โดยเลือกใช้เกรดมาตรฐานดีที่สุด

*** อย่างไรก็ตาม ทีมข่าว นสพ.จันทร์ฮอตนิวส์รายงานเพิ่มเติมว่า อุบัติเหตุบนท้องถนน ไม่ใช่เวรกรรม แต่เป็นการกระทำโดยประมาท “เมาแล้วขับ หลับไม่ตื่น พื้นไม่มี หนีไม่พ้น” คือ..ความตาย!! ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยายยนต์ หรือรถยนต์ชนิดต่างๆ ควรเติมน้ำมันหรือแก๊ส ตรวจดูสภาพรถยนต์,จยย.ให้เรียบร้อย จากนั้นขอพรคุณพระบิดา-มารดา แล้วเดิน ทางไปด้วยความไม่ประมาท จะทำให้โชคดีมีชัยถึงที่หมายด้วยความปลอดภัยแคล้วคลาด ด้วยความปราภนาดีจาก..เสี่ยชาญ ชัยเลิศวณิชกุล ผู้จัดการ ปั้มน้ำมัน ปตท.บ้านฉาง หจก.ชัยบราเดอร์พาราวู๊ด ถนนสุขุมวิท ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เชิญทุกท่านใช้บริการน้ำมัน ปตท. เพื่อคนไทย

P35

"เทศกาลวันไหลบ้านฉางสรงน้ำพระร้อยสิริมงคลอลังการไปเที่ยวงานยกพระซุ้ม"






*** “วันไหลบ้านฉาง” ที่วัดสุวรรณรังสรรค์ อยู่ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลสำนักท้อน ถนนบ้านฉาง-ยายร้า ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยในงานประเพณีสงกรานต์ของทุกปี ซึ่งมีพิธีการ "ยกพระซุ้ม สรงน้ำพระร้อย พบว่าบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ นักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการพ่อค้าแม่ค้าประชาชน ในพื้นที่ร่วมกันจัดงาน “วันไหลระยอง”

*** โดยมีพิธี “ยกพระซุ้ม” และ “สรงน้ำพระร้อย” เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ที่วัดสุวรรณรังสรรค์ โดยมีพระครูวรธรรมโฆษา ภิรักษ์ เจ้าคณะอำ เภอบ้านฉาง เป็นประธานพิธีฝ่ายสงฆ์ และพระครูสันติบูรพาทิศ (อาจารย์เสริม)เจ้าอาวาสวัดชากหมากป่าเรไร เจ้าคณะตำบลสำนักท้อน อ.บ้านฉาง ทั้งนี้โดยได้รับการสนับสนุนทุกปี จาก นายสิทธิกร บุญฉิม หรือเสี่ยอู๊ด เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และนายสุรินทร์ (คี้) เปาอินทร์ สจ.เขต ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และหน่วยงานข้าราชการผู้เกี่ยวข้องเดินทางมาร่วมงานกันอย่างมากมาย

*** โดยช่วงเช้า มีการจัดขบวนแห่ “พระซุ้ม” ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาว บ้านร้านค้า ต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง แห่ขบวนไปรอบตลาดบ้านย้ายร้า เพื่อให้ประชาชนสักการบูชา และสรงน้ำตามประเพณี พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสา-หน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธธรรมบ้านฉาง คอยอำนวยความสะดวกตามท้องถนนหนทางต่างๆ ท่ามกลางสนุกสนานเฮฮาของเด็กวัยรุ่นหนุ่มสาวสาดน้ำเล่นกันอย่างคึกคัก!!

*** ในวันเดียวกัน ช่วงบ่ายพระภิกษุและสามเณร 159 รูป ได้ มานั่งเรียงหน้ากระดานหันหลังชนกันเพื่อให้ชาวบ้านสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล และช่วง เย็นยังมีกิจกรรมการแสดงของนักเรียน และการแสดงคอนเสิร์ตของคณะดารานักร้อง-นักแสดงละครทีวีช่อง 7 สี มาร่วมงานให้ความบันเทิงกันอย่างเต็มอิ่ม

*** ดังนั้น การเล่นรดน้ำระหว่างเด็กๆ และหนุ่มสาววัยรุ่น" ถือว่าเป็นกิจกรรมหลักและได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสงกรานต์ไปแล้ว ซึ่งแต่เดิมนั้น การเล่นสาดน้ำมักเล่นกันเฉพาะในหมู่ญาติมิตรเพื่อนฝูงเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกันโดยจะใช้น้ำสะอาดผสมน้ำอบ หรือน้ำหอม และเล่นสาดกันด้วยความสุภาพ มีไมตรีต่อกัน อาจจะมีความแตกต่างกันออกไปบ้างแล้วแต่ท้องถิ่น ทั้งนี้ขึ้นกับความเหมาะสมและความต้องการของชุมชนนั้นๆ เป็นสำคัญ

*** โดยผู้ที่เดินทางไปเล่นสงกรานต์ตามวัดในจังหวัดนั้นสิ่งหนึ่งที่แตก ต่างจากการเล่นสงกรานต์ในเมือง คือ ก่อนที่จะเล่นสาดน้ำกันนั้น จะมีการสรงน้ำพระ ซึ่งมี ๒ แบบ คือ การสรงน้ำพระพุทธรูป และการสรงน้ำพระภิก ษุ-สามเณรทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นการแสดงความเคารพต่อปูชนียบุคคลผู้สืบทอดพระศาสนา

*** ขณะเดียวกัน ก็มีวัดหลายแห่งยังเชิญผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนมานั่งต่อท้ายพระเณรอีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ผู้มาร่วมงานได้รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ เป็นการแสดงความเคารพและความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เป็นการแสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนทำให้ท่านเมตตาเอ็นดู และการที่ท่านให้พร ก็เป็นการเตือนสติให้เราเริ่มต้นชีวิตด้วยความไม่ประมาท

*** ส่วนผู้ที่ไปสรงน้ำพระในวัดอันเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวมอญหรือที่เรียก ว่าวัดมอญนั้น ข้อสังเกตที่เกี่ยวกับประเพณีการสรงน้ำพระของมอญ นอก จากจะมีรูปแบบของพิธีที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี้แล้ว ในการสรงน้ำพระนี้ คนมอญยังมีข้อห้ามมิให้สาดน้ำกันในวัด การที่ห้ามมิให้สาดน้ำกันในวัดนั้น เกี่ยวกับความเคารพเทิดทูนพระพุทธศาสนา และป้องกันบาปมิให้เกิดขึ้นแก่ผู้ที่กระทำไม่ถูกต้อง

*** นอกจากนี้แล้ว พิธีสรงน้ำพระหรืออาบน้ำพระ ในเทศกาลสงกรานต์ของชาวมอญของทุกๆ ปี จะแตกต่างจากคนไทยมาก คือ จะสรงน้ำ หรืออาบน้ำพระกันจริงๆ มิใช่เพียงแต่เอาน้ำรดที่มือ หรือที่เท้าเท่านั้น คนมอญทุกแห่งจะต้องจัดเตรียมสถานที่สรงน้ำพระ ที่มีลักษณะรูปแบบเหมือนกันหมด มีรางน้ำยาวยื่นจากห้องน้ำ และมีการตกแต่งอย่างสวยงาม เป็นรางน้ำ สำหรับให้ชาวบ้านเทน้ำลงในรางไหลเข้าสู่ห้องน้ำ บางวัดจะมีถังไม้ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับน้ำไว้ และมีท่อจากถึงปล่อยน้ำให้ไหลออก เพื่อให้พระได้สรงน้ำภายในห้องน้ำได้สะดวกขึ้น

*** สำหรับ การสรงน้ำพระภิกษุสามเณรปกติทั่วไปแล้วก็จะนิมนต์พระในวัดนั้นๆ มาสรงน้ำ ถ้าเป็นวัดเล็กก็จะมีพระสงฆ์สามเณรไม่กี่รูป หากเป็นวัดใหญ่ก็อาจจะมีหลักสิบรูป แต่งานการสรงน้ำซุ้มและสรงน้ำพระร้อย ของวัดสุวรรณรังสรรค์หรือวัดยายร้าต.สำนักท้อน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ทางวัดได้นิมนต์พระจากวัด ๑๖ แห่งกว่า ๒๐๐ รูป ในอำเภอมาร่วมพิธี โดยมีพุทธศา สนิกชนมาร่วมงานนับหมื่นคน จนกลายเป็นว่า "สรงน้ำพระร้อยของวัดยายร้ากลายเป็นงานสงกรานต์สุดท้ายและใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก"

*** อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวนสพ.จันทร์ฮอตนิวส์ รายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกิจกรรมสรงน้ำพระซุ้มและสรงน้ำพระร้อยจัดขึ้นทุกๆปี ในวันที่ ๑๘ เมษายน และถือเป็นวันไหลของชาว อ.บ้านฉาง โดยได้นิมนต์พระสงฆ์จากวัดต่างๆ ในพื้นที่อ.บ้านฉางจำนวนกว่า 200 รูป มาให้ประชาชนร่วมสรงน้ำ ทั้งนี้เพื่อเปิดโอ กาสให้ประชาชนได้ร่วมสรงน้ำขอพรพระเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต นอกจาก ยังมีกิจกรรมการแสดงของนักเรียน และการแสดงคอนเสิร์ตของนักร้องชื่อดังจากค่ายต่างๆมาร่วมให้ความบันเทิงแก่ผู้ที่เข้ามาร่วมงานกันอย่างคึกคัก !! นะครับเจ้านาย..!?!

P34

"บุกจู่โจมตรวจค้นนักโทษเรือนจำกลางระยองฮิ!!"





*** ทีมข่าว นสพ.จันทร์ฮอตนิวส์รายงานว่า นายชัยณรงค์ เศวตจินดา ผู้บัญ ชาการเรือนจำกลางจังหวัดระยอง พร้อมด้วย พ.ต.ต.ปราโมทย์ คงคาลัย หัว หน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษจังหวัดระยอง(หน.นปพ.ระยอง) และนายจีระศักดิ์ ตะปะโจทย์ ป้องกันจังหวัดระยอง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสา สมัครรักษาดิน แดนกว่าร้อยเข้าตรวจค้นยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายภายในเรือน จำกลางจัง หวัดระยอง หมู่ 9 ต.หนองละลอก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

*** จากการตรวจค้น ได้พร้อมของกลางสิ่งต้องห้ามบางชนิด เช่น เข็มสักลาย มีดปอกผลไม้ แหนบถอนผม ช้อนส้อมต่างๆ จึงยึดไว้เป็นของกลาง เจ้าหน้าที่ ได้เรียกผู้ต้องขังออกจากโรงนอนตามแดนต่างๆ มาอยู่รวมกันและจู่โจมเข้าตรวจค้นตามโรงนอนต่างๆ ซึ่งมีทั้งหมด 6 โรงนอน โดยผู้ต้องขังต่างแตกตื่น เจ้าหน้าที่เรือนจำกลางต้องใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้ผู้ต้องขังอยู่ในความสงบ และควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิดไม่มีเหตุอันใด*** นายชัยณรงค์ ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์ว่า ในการตรวจค้นครั้งนี้ได้ใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านค่าย 20 นาย ตำรวจ สภ.นิคมพัฒนา 20 นาย ตำรวจ สภ.ปลวกแดง 20 นาย กำลังอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดระยอง20 นาย กำลังอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.นิคมพัฒนา 10 นาย กำลังอาสาสมัคร รักษาดินแดน อ.ปลวกแดง 10 นาย และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษเรือนจำกลาง 20 นาย และกำลังเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางระยอง 50 นาย เข้าจู่โจมพื้นที่แดนเป้าหมายเพื่อตรวจค้นสิ่งต้องห้ามหรือยาเสพติดต่างๆ

*** สำหรับ รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้ผลอย่างจริงจังโดยได้มอบนโยบายและได้สั่งการให้กระทรวง กรม ที่เกี่ยวข้องไปดำ เนินการจัดทำแผนงานโครงการเพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันในการป้องกันและปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติดตามภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล โดยการปิดล้อม ตรวจค้น จุบกุม เพื่อไม่ให้มีการซื้อขายยาเสพติดแพร่ระบาดไปยังกลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มนักเรียน นักศึกษา และผู้ต้องขังในเรืองจำกลางระยอง

*** เรือนจำกลางระยอง มีภารกิจหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขังตามคำพิพากษาของศาล และคำสั่งของเจ้าพนักงานที่มีอำนาจ กรมราชทัณฑ์กำหนดให้เรือนจำกลางระยองเป็นเรือนจำความมั่นคงสูง มีอำนาจควบคุมผู้ต้องขังกำหนดโทษสูงสุดตลอดชีวิต ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังรวมทั้งสิ้น 4,223 คน (ผู้ต้องขังชาย 3,5 44 คน ผู้ต้องขังหญิง 679 คน) ในจำนวนนี้ เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด จำนวน 2,316 คน คิดเป็น 53.40% ของผู้ต้องขังทั้งหมด ผู้ต้องขังยาเสพติดบางส่วนมีกำหนดโทษสูง ย้ายมาจากเรือนจำและทัณฑสถานอื่น เช่น เรือนจำในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรวมถึงเรือนจำ และทัณฑสถานภาตตะวันออก

*** ซึ่งผู้ต้องขังดังกล่าวบางกลุ่มจะมีบุคคลภายนอกซึ่งมีอิทธิพลทางการเงินมีขบวนการค้ายาเสพติดคอยให้ความช่วยเหลือดูแลอยู่ตลอดเวลา เช่น มีการแอบซุกซ่อนยาเสพติดหรือโทรศัพท์มือถือส่งเข้าไปในเรือนจำ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการติดต่อซื้อขายยาเสพติดทางโทรศัพท์ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามตัดวงจรไม่ให้ยาเสพติดและสิ่งของต้องห้ามหลุดเข้าไปในเรือน จำ และเป็นการป้องกันไม่ให้มีการผลิต ซื้อขายยาเสพติดในทุกพื้นที่ของจัง หวัดระยอง เป็นการดำเนินงานตามนโยบายภารกิจเร่งด่วนของกระทรวงยุติ ธรรม และกระทรวงมหาดไทย

*** ดังนั้น เรือนจำกลางระยองจึงได้ทำโครงการ “ตรวจค้นยาเสพติดและสิ่ง ของต้องห้ามในเรือนจำ” ขึ้นเพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการทำงานบูร ณาการสนธิกำลังร่วมกันโดยมีเป้าหมายในการจู่โจมตรวจค้นเป็นกรณีพิเศษที่เรือนจำกลางจังหวัดระยอง

*** อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวส์ รายงานเพิ่มเติมว่า จากการตรวจค้นครั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ยาเสพติด และสิ่งของต้องห้ามอยู่ในเรือนจำ เป็นการตัดวงจรผู้ค้า ผู้ผลิต และผู้เสพให้ลดจำนวนลงหรือหมดไปในที่สุด ปัญ หาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดระยองได้รับการแก้ไขและเบาบางลง เพื่อเป็นการบูรณาการร่วมกันในการป้องกันปราบปรามในการแพร่ระ บาดของยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพและดำเนินงานตามเป้าหมายของรัฐบาลตามลำดับต่อไป.

P33

"วันเด็กแห่งชาติ..สนามบินอู่ตะเภา"



***ทีมข่าว นสพ.จันทร์ฮอตนิวส์รายงานว่า บรรยากาศการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ที่บริเวณลานจอดเครื่องบิน ด้านหน้าหอบังคับการบิน สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง
จ.ระยอง โดยมี..น.อ.อดินันท์ สุนทรารักษ์ ผู้บังคับการสถานีการบิน กองการบินทหารเรือ และตำแหน่งรองผู้อำนวยการ การท่าอากาศยานอู่ตะเภาโดยเป็นประธานร่วมดำเนินการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ สนามบินอู่ตะเภา
ซึ่งในครั้งนี้ได้มีประชาชน ผู้ปกครอง ที่นำบุตรหลานมาเที่ยวชมนับหมื่นคน โดยทางกองบิน ได้กำหนดเส้นทางให้เดินรถทางเดียว และเปิดช่องทางเข้า-ออกอย่างเป็นระเบียบ โดยกำหนดเส้นทางภายในพื้นที่จัดงาน ให้มีเจ้าหน้าที่ของทหารเรือทุกระดับชั้น และมีหน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธธรรมบ้านฉาง,หน่วย กู้ภัยสยามร่วมใจ คอยกำกับช่วยกันดูแลแนะนำเส้นทาง ช่วยกันอำนวยความสะดวกทุกจุด เพื่อลดปัญหาจราจรติดขัด ที่บริเวณถนนสายสุขุมวิท อ.บ้านฉาง จ.ระยอง .

*** เมื่อเข้ามาถึงภายในงานจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยมีการเรียกตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระของผู้เข้าร่วมงานโดยละเอียด เพื่อตรวจสอบค้นหาวัตถุระเบิด และอาวุธ เป็นหนึ่งในการรักษาความปลอด ภัย และความมั่นคงของกองทัพบิน มีเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร สายตรวจเดินเท้า และจนท. นอกเครื่อง แบบคอยสอดส่องดูแลตลอดเวลาทั่วทั้งงาน สำหรับการแสดงมีการนำเครื่องบินรบทุกรูปแบบ เช่น เฮลี คอปเตอร์ เอฟ15 เอฟ16 เครื่องบินไอพ่นต่างๆ และเครื่องบินบรรทุกขนาดใหญ่ รถถังหุ้มเกาะสะเทินน้ำสะเทินบก กองพันลาดตะเวน, ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน สอ.รฝ. หน่วยดับเพลิงกู้ภัยฉุกเฉินกองทัพเรือ ให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมชมกันอย่างใกล้ชิดสนุกสนาน และร่วมถ่ายภาพกับเหล่าทหารเรือหน่วยสังกัดต่างๆไว้เป็นที่ระลึก

*** น.อ.วิรัตน์ ก้อนทอง รองหก.กฐบ.สนบ.กบร.(นักบินอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา) ได้แนะ
นำชมเครื่องบินต่างๆพร้อมเด็กผู้ปกครองที่มาร่วมงานวันเด็ก มีการแสดงบินลาดตระ เวนหาข่าวด้วยเครื่อง
บินเล็ก,การแสดงการบินสกัดกั้น และรบในอากาศ,การแสดงค้นหา และช่วยชีวิต,การโจมตีทางอากาศ,การแสดงทิ้งดิ่งโดดร่มเหินเวหาจำนวน 50 นาย และการแสดงหน่วยปฏิบัติการพิเศษ การแสดงสุนัขทหาร
มีการจัดนิทรรศการอาวุธยุทโธปกรณ์ของ..กองทัพ เรือ มีการให้ความรู้เกี่ยวกับอาวุธเบื้องต้น มีจุดบริการแจกของ ขวัญ และอาหารฟรีตลอดทั้งงาน รวมถึงการแสดงของเด็ก เยาวชนอีกมากมายสนุกสนานจริงๆ

*** ส่วนที่ บริเวณท่าเรือจุกเสม็ด อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กองทัพเรือ โดยมี..น.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการเรือ เรือหลวงจักรกรีนฤเบศ,เรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งได้เปิดโอกาสให้เด็กๆเข้าเดินชมภาย ในท้องเรือ และภายนอกด้านบนเป็นลานเวย์จอดเครื่องบินรบต่างๆ และชมการแสดงของ..เครื่องบินเฮลี คอปเตอร์
แสดงท่าผาดโผนเหวียงรอบตัวน่าต่างๆ เป็นที่น่าหวาดเสียวตื่นเต้นระทึกใจ ท่ามกลางผู้ชมจำ นวนมาก ทั้งได้นำอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือในสังกัดต่างๆ จัดนิทรรศการทางทหาร อาทิ เช่น ปืนใหญ่ รถถัง รถหุ้มเกราะลำเลียง อาวุธที่ใช้ในสง คราม และอุปกรณ์การกู้ภัย เพื่อเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับอาวุธยุทโธปกรณ์เบื้องต้น และยังเปิดโอกาสให้ประชา ชน เด็ก และเยาวชนได้สัมผัส ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกอย่างคึกคัก

*** สำหรับ บรรยากาศวันเด็กแห่งชาติครั้งนี้ มีหน่วยงานราชการหลายแห่งได้จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติเพื่อให้เด็กๆ และผู้ปกครองได้เที่ยวชม เพื่อเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ โดยเฉพาะที่สนามบินอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง และการชมเรือหลวงจักรกรีนฤเบศ จุกเสม็ด ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งมีการจัดแสดงยุทธทางอากาศให้กับเด็กๆ และผู้ปกครองได้รับชมทุกปี ทั้งการแสดงด้านการบินของเครื่องบินรบ การแสดงการบินขับไล่ แสดงของเฮลิคอปเตอร์ แสดงของสุนัขตำรวจ อย่างน่าภาคภูมิใจยิ่ง

*** อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวจันทร์ฮอตนิวสรายงานเพิ่มเติมว่า ในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติทุกปี จึงต้องประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสายตลอดเวลาในเรื่องของข้อ บังคับ ข้อห้ามต่างๆ ที่กำหนดไว้ในการเข้าชมการแสดง แต่ปัญหาส่วนใหญ่คือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การสูบบุหรี่ การก่อให้เกิดประกายไฟ การถ่ายภาพในจุดหวงห้าม ฯลฯ ส่วนมาตรการป้องกันบุตรหลานพลัดหลงภายในงาน ควรเขียนรายละเอียด ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อใส่ไว้ในกระเป๋าของบุตรหลาน นับว่าเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กๆได้เข้าชมเครื่องบินต่างๆอย่างใกล้ชิด อีกทั้งส่วนราชการต่างๆ รวมทั้งภาคเอกชนได้จัดบู๊ทแสดงนิทรรศการของหน่วยงานพร้อมทั้งนำขนม-เครื่องดื่มไอศกรีมมาแจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ ทำให้เด็กและผู้ปกครองหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวชมงานนับหมื่นๆคน สร้างบรรยากาศงานวันเด็กได้อย่างคึกคักที่สุด..